
เปิด 5 แผนปฏิรูปประกันสังคม เสนอมา 29 ปี แต่ยังไปไม่ถึงไหน
ตลอด 3 ทศวรรษ มีข้อเสนอปฏิรูปประกันสังคมอย่างน้อย 5 ครั้ง ทั้งการออกจากระบบราชการ การตั้งองค์การมหาชน และแยกหน่วยลงทุนออกมาบริหาร แต่ปัจจุบันยังไม่ถูกนำมาใช้จริง
หากเปรียบสำนักงานประกันสังคมเป็นเรือลำใหญ่ที่บรรทุกเงินสมทบของผู้ประกันตนหลายสิบล้านคนไว้บนเรือ ตลอดเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา มีทั้งนักวิชาการ บริษัทที่ปรึกษา และแม้แต่สำนักงานประกันสังคมเอง ผลัดกันเข้ามาเสนอแผน "ซ่อมเรือ" อยู่หลายครั้ง บ้างเสนอให้เปลี่ยนเครื่องยนต์ บ้างเสนอให้แยกห้องควบคุมออกมาเฉพาะกิจ หรือบางรายเสนอให้ต่อเรือลำใหม่ขึ้นมาทดแทน
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการศึกษาและเสนอแนวทางปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง แต่โครงสร้างหลักของสำนักงานประกันสังคมยังคงอยู่ในรูปแบบส่วนราชการภายใต้กระทรวงแรงงานเช่นเดิม
เอกสารประกอบการประชุมคณะที่ปรึกษาและคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม ครั้งที่ 2/2569 ได้รวบรวมผลการศึกษาสำคัญเกี่ยวกับการออกนอกระบบราชการของสำนักงานประกันสังคมย้อนหลังตั้งแต่ปี 2538-2559 รวม 5 ฉบับ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแนวทางปฏิรูปในรอบใหม่
เสนอแตกเป็น 7 หน่วยงานปี 2538
ข้อเสนอที่เก่าแก่ที่สุดมาจาก บริษัทแอนเดอร์เซ่น คอนซัลติ้ง จำกัด ในปี 2538 ซึ่งเสนอให้ปรับสำนักงานประกันสังคมเป็น "หน่วยงานบริหารพิเศษ" แบ่งออกเป็น 7 หน่วยงานย่อย และ 1 หน่วยงานกำกับเฉพาะ ภายใต้กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมในขณะนั้น
แนวคิดดังกล่าวต้องการแยกภารกิจสำคัญออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นงานประกันสังคม งานประกันสุขภาพ งานเงินทดแทน งานจัดเก็บเงินสมทบ งานจ่ายประโยชน์ทดแทน งานเทคโนโลยีสารสนเทศ และงานบริหารเงินทุนและผลประโยชน์
รายงานมองว่า รูปแบบดังกล่าวจะช่วยให้แต่ละหน่วยงานมีความคล่องตัวสูงขึ้น สามารถออกแบบโครงสร้างให้เหมาะสมกับภารกิจเฉพาะด้าน และมีระบบตรวจสอบถ่วงดุลผ่านคณะกรรมการตรวจสอบประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอฉบับนี้ยอมรับว่า การเปลี่ยนผ่านจะมีต้นทุนสูง ต้องแก้กฎหมายหลายฉบับ และมีความเสี่ยงที่การให้บริการผู้ประกันตนอาจสะดุดในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ธรรมศาสตร์เสนอเปลี่ยนเป็นองค์การมหาชน
ในปี 2544 สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสนอแนวทางที่แตกต่างออกไป โดยเสนอให้เปลี่ยนสำนักงานประกันสังคมทั้งองค์กรเป็น "องค์การมหาชน" มีสถานะเป็นนิติบุคคล ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และจัดตั้งขึ้นด้วยกฎหมายเฉพาะ
ข้อเสนอฉบับนี้มองว่า การบริหารกองทุนขนาดใหญ่และการดูแลผู้ประกันตนจำนวนมาก จำเป็นต้องอาศัยความคล่องตัวในการบริหารงานบุคคล งบประมาณ และการตัดสินใจที่มากกว่าระบบราชการปกติ
นักวิจัยยังเสนอให้มีคณะกรรมการเฉพาะด้าน ทั้งด้านการลงทุน การแพทย์ การตรวจสอบ และการอุทธรณ์ พร้อมเปิดทางให้สำนักงานประกันสังคมสามารถสรรหาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนเข้ามาทำงานได้มากขึ้น
แยกงานลงทุนออกจาก สปส.
ต่อมาในปี 2549 สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ศึกษาแนวทางอีกครั้ง โดยเปลี่ยนจากการยกเครื่องทั้งองค์กร มาเป็นการแยกเฉพาะภารกิจด้านการลงทุนออกจากสำนักงานประกันสังคม
ข้อเสนอคือการจัดตั้ง "สำนักบริหารการลงทุน" หรือ สบล. ให้มีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกจากสำนักงานประกันสังคม ทำหน้าที่บริหารเงินลงทุนของกองทุนประกันสังคมโดยเฉพาะ
แนวคิดดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า การบริหารเงินกองทุนจำนวนมหาศาลจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และควรมีระบบค่าตอบแทนที่สามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้
เสนอ “สำนักงานประกันสังคมแห่งชาติ”
ปี 2551 คณะทำงานกำหนดรูปแบบองค์กรที่เหมาะสม ซึ่งจัดตั้งโดยสำนักงานประกันสังคมเอง เสนอให้จัดตั้ง "สำนักงานประกันสังคมแห่งชาติ" เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ แต่ยังอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงแรงงาน
จุดเด่นของข้อเสนอนี้คือ การเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตนและนายจ้างผ่าน "สมัชชาประกันสังคมแห่งชาติ" ซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง และมีบทบาทในการเสนอชื่อกรรมการผู้แทนฝ่ายต่าง ๆ
ปี 2559 เสนอตั้งกองทุนลงทุนแยกต่างหาก
ข้อเสนอฉบับล่าสุดในเอกสาร คือผลการศึกษาของคณะทำงานยกร่างกฎหมายว่าด้วยการบริหารการลงทุน โดยสำนักงานประกันสังคม เมื่อปี 2559
คณะทำงานเสนอให้จัดตั้ง "กองทุนเพื่อการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม" ให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ แยกออกจากสำนักงานประกันสังคม แต่ยังอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงแรงงาน
29 ปีผ่านไป ข้อเสนอเปลี่ยน แต่โจทย์ยังเหมือนเดิม
แม้ทั้ง 5 งานศึกษาจะมีรายละเอียดแตกต่างกัน แต่เมื่อพิจารณาแก่นของข้อเสนอจะพบว่ามีเป้าหมายร่วมกันอยู่ 3 ประการ
- ประการแรก คือ การเพิ่มความเป็นอิสระและลดข้อจำกัดของระบบราชการ
- ประการที่สอง คือ การเพิ่มกลไกตรวจสอบและความโปร่งใสในการบริหารกองทุน
- ประการสุดท้าย คือ การดึงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยเฉพาะด้านการลงทุนและการบริหารความเสี่ยง เข้ามาบริหารเงินกองทุนขนาดใหญ่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการศึกษาและเสนอแนวทางเหล่านี้มาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปี 2559 แต่ข้อเสนอส่วนใหญ่ยังไม่ถูกนำไปสู่การปฏิบัติในระดับโครงสร้างองค์กร
ในวันที่กองทุนประกันสังคมมีขนาดใหญ่กว่าหลายล้านล้านบาท และมีผู้ประกันตนหลายสิบล้านคน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า "เคยมีใครเสนอปฏิรูปหรือไม่" แต่คือ "ถึงเวลาหรือยังที่ข้อเสนอเหล่านั้นจะถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจังอีกครั้ง"





