
ครม. ขยายเวลาแก้ไขสัญชาติ-สถานะกลุ่มชาติพันธุ์-บุตรเกิดในไทย ถึง 30 มิ.ย.70
ครม. ขยายเวลาดำเนินการแก้ไขปัญหาสัญชาติ–สถานะ เฉพาะบุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ไทยเป็นเวลานานและกลุ่มบุตรที่เกิดในไทยเพียงครั้งเดียวถึง 30 มิ.ย. 2570 คงหลักเกณฑ์เดิม เร่งดูแลกลุ่มเป้าหมายเดิมควบคู่เข้มปราบทุจริต
KEY
POINTS
- ครม. มีมติขยายระยะเวลาการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
- กลุ่มเป้าหมายคือบุคคลที่อพยพเข้ามาอาศัยในไทยเป็นเวลานาน และบุตรของชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดในราชอาณาจักร
- สาเหตุของการขยายเวลาเนื่องจากการดำเนินการที่ผ่านมามีความคืบหน้าน้อย เพราะกลุ่มเป้าหมายยังไม่มายื่นคำขอ
30 มิถุนายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติวันนี้อนุมัติตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอ ขยายระยะเวลาการดำเนินการตามหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลแก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานานและกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร ออกไปอีก 1 ปี เพียงครั้งเดียว ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 จากเดิมที่ให้ดำเนินการได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 (ตามมติ ครม. เมื่อ 29 ตุลาคม 2567)
เนื่องจากการดำเนินการที่ผ่านมา มีความคืบหน้าน้อยมาก สาเหตุหลัก คือ กลุ่มเป้าหมายยังไม่มารายงานตัวเพื่อยื่นคำขอพัฒนาสถานะ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และคุณสมบัติยังคงเดิมทุกประการ อาทิ
1. กรณีกลุ่มบุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน (พิจารณาให้หนังสือรับรองการได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร) คุณสมบัติทั่วไปของผู้ยื่นคำขอ เช่น
- ไม่สามารถกลับประเทศต้นทาง
- ไม่พบหลักฐานการมีและการใช้สัญชาติอื่น
2. กรณีบุตรของชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดในราชอาณาจักรไทย (พิจารณาให้สัญชาติ) โดยต้องเป็นบุตรของบุคคลที่ได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติไว้ในอดีตจนถึงปี 2542 และที่ทำสำรวจเพิ่มเติมปี 2548 -2554
นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ครม.มอบหมายให้กรมการปกครอง ดำเนินการกำหนดแนวทางคัดกรองและบริหารจัดการกลุ่มตกค้าง เร่งปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนให้มีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อลดผลกระทบด้านความมั่นคง ป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากผู้ไม่หวังดีและเครือข่ายอาชญากรรม







