thansettakij
thansettakij
ครม. ขยายเวลาแก้ไขสัญชาติ-สถานะกลุ่มชาติพันธุ์-บุตรเกิดในไทย ถึง 30 มิ.ย.70  

ครม. ขยายเวลาแก้ไขสัญชาติ-สถานะกลุ่มชาติพันธุ์-บุตรเกิดในไทย ถึง 30 มิ.ย.70  

30 มิ.ย. 69 | 08:35 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มิ.ย. 69 | 09:43 น.

ครม. ขยายเวลาดำเนินการแก้ไขปัญหาสัญชาติ–สถานะ  เฉพาะบุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ไทยเป็นเวลานานและกลุ่มบุตรที่เกิดในไทยเพียงครั้งเดียวถึง 30 มิ.ย. 2570 คงหลักเกณฑ์เดิม เร่งดูแลกลุ่มเป้าหมายเดิมควบคู่เข้มปราบทุจริต

KEY

POINTS

  • ครม. มีมติขยายระยะเวลาการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
  • กลุ่มเป้าหมายคือบุคคลที่อพยพเข้ามาอาศัยในไทยเป็นเวลานาน และบุตรของชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดในราชอาณาจักร
  • สาเหตุของการขยายเวลาเนื่องจากการดำเนินการที่ผ่านมามีความคืบหน้าน้อย เพราะกลุ่มเป้าหมายยังไม่มายื่นคำขอ

30 มิถุนายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติวันนี้อนุมัติตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอ ขยายระยะเวลาการดำเนินการตามหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลแก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานานและกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร ออกไปอีก 1 ปี เพียงครั้งเดียว ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 จากเดิมที่ให้ดำเนินการได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 (ตามมติ ครม. เมื่อ 29 ตุลาคม 2567)

เนื่องจากการดำเนินการที่ผ่านมา มีความคืบหน้าน้อยมาก สาเหตุหลัก คือ กลุ่มเป้าหมายยังไม่มารายงานตัวเพื่อยื่นคำขอพัฒนาสถานะ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และคุณสมบัติยังคงเดิมทุกประการ อาทิ

1. กรณีกลุ่มบุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน  (พิจารณาให้หนังสือรับรองการได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร) คุณสมบัติทั่วไปของผู้ยื่นคำขอ เช่น

  • ไม่สามารถกลับประเทศต้นทาง
  • ไม่พบหลักฐานการมีและการใช้สัญชาติอื่น

2. กรณีบุตรของชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดในราชอาณาจักรไทย  (พิจารณาให้สัญชาติ) โดยต้องเป็นบุตรของบุคคลที่ได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติไว้ในอดีตจนถึงปี 2542 และที่ทำสำรวจเพิ่มเติมปี 2548 -2554

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2569

นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ครม.มอบหมายให้กรมการปกครอง ดำเนินการกำหนดแนวทางคัดกรองและบริหารจัดการกลุ่มตกค้าง เร่งปรับปรุงฐานข้อมูลทะเบียนให้มีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อลดผลกระทบด้านความมั่นคง ป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากผู้ไม่หวังดีและเครือข่ายอาชญากรรม