
ประธานบอร์ดบินไทย สั่งยกเครื่องกฎระเบียบ แก้ปมลูกเรือขนเฮโรอีน
‘ลวรณ’ ประธานบอร์ดการบินไทย สั่งทบทวนกฎระเบียบ เข้มรับหิ้วของ หลังลูกเรือถูกจับคดีเฮโรอีนในออสเตรเลีย หวั่นกระทบความเชื่อมั่นประเทศ
KEY
POINTS
- ประธานบอร์ดการบินไทยสั่งให้ฝ่ายบริหารทบทวนและยกระดับกฎระเบียบควบคุมภายในให้เข้มงวดขึ้นหลังเกิดเหตุลูกเรือถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลียในข้อหาลักลอบขนเฮโรอีน
- เป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย และแก้ไขช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้น
- เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสายการบินและความเชื่อมั่นของประเทศไทย
จากกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลียรายงานการจับกุมพนักงานสายการบินแห่งหนึ่งของประเทศไทย หลังตรวจพบการลักลอบนำเข้าเฮโรอีนน้ำหนัก 1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ สร้างความกังวลต่อภาพลักษณ์ของสายการบินและประเทศไทยในสายตานานาชาติ
ล่าสุด นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าพนักงานลูกเรือรายดังกล่าวถูกหลอกให้ถือสิ่งของเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลีย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องและรู้เห็นกับการกระทำความผิดดังกล่าว
ทั้งนี้ พนักงานคนดังกล่าวยังต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายของประเทศออสเตรเลีย และยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ในขณะนี้
สั่งบินไทยยกเครื่องกฎระเบียบ ป้องกันซ้ำรอย
นายลวรณ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารการบินไทยกลับไปทบทวนกฎระเบียบและมาตรการควบคุมภายในที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ว่ายังมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์หรือไม่ พร้อมพิจารณาเพิ่มความเข้มงวดในจุดที่อาจเป็นช่องโหว่หรือเกิดความหละหลวม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต โดยคาดว่าจะสามารถสรุปแนวทางปรับปรุงมาตรการได้ในเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการบินไทย มีข้อบังคับและมาตรการที่ชัดเจนในการห้ามลูกเรือกระทำการที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายอยู่แล้ว และเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นมานานหลายปี แต่การที่ยังเกิดเหตุขึ้นได้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับระบบกำกับดูแล การตรวจสอบ และมาตรการด้านความปลอดภัยให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น
หวั่นกระทบภาพลักษณ์ไทย
ประธานบอร์ดการบินไทยยอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อภาพลักษณ์ขององค์กรเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทยในภาพรวม เนื่องจากอาจทำให้หน่วยงานของออสเตรเลียเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบลูกเรือและผู้โดยสารจากประเทศไทยมากขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลกระทบต่อความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียของประชาชนชาวไทยทั่วไป หากทางการออสเตรเลียมีการยกระดับมาตรการตรวจสอบหรือคัดกรองเพิ่มเติม
“ต้องทบทวนเกณฑ์ของการบินไทยว่าตอนนี้ยังเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมอยู่หรือไม่ และจะต้องพิจารณาเพิ่มความเข้มข้นในเรื่องใดอีกบ้าง เพื่อไม่ให้กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีก เพราะเราเสียทั้งภาพลักษณ์บริษัท และเสียชื่อประเทศไทย ซึ่งเรามั่นใจว่าการทบทวนเกณฑ์ที่มีอยู่ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก” นายลวรณกล่าว







