thansettakij
thansettakij
'ธัญธร'  ชำแหละงบบัตรทองปี 70 หั่นงบชดเชย 1.28 หมื่นล้าน บีบรพ.เสี่ยงขาดสภาพคล่อง

'ธัญธร' ชำแหละงบบัตรทองปี 70 หั่นงบชดเชย 1.28 หมื่นล้าน บีบรพ.เสี่ยงขาดสภาพคล่อง

30 มิ.ย. 69 | 04:28 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มิ.ย. 69 | 05:20 น.

พรรคประชาชนชี้งบประมาณระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติปี 2570 ยังไม่พอ ชี้การตัดงบชดเชยกว่า 12,842 ล้านบาท และปัญหา "ใบส่งตัว" รพ.เสี่ยงขาดสภาพคล่อง

KEY

POINTS

  • รัฐบาลตัดงบประมาณส่วนชดเชยค่าบริการ (Buffer) ที่ สปสช. เสนอขอจำนวน 12,842 ล้านบาท ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องของโรงพยาบาล
  • ระบบ "Point System" ของงบผู้ป่วยนอกเป็นงบประมาณปลายปิด เมื่อมีผู้ป่วยมากขึ้นทำให้มูลค่าต่อคะแนนลดลง ส่งผลให้โรงพยาบาลเสี่ยงขาดสภาพคล่อง
  • งบผู้ป่วยใน (IPD) แม้จะปรับเพิ่มเป็น 9,000 บาทต่อหน่วย แต่ยังต่ำกว่าต้นทุนจริงที่ สปสช. เสนอขอที่ 10,000 บาท ทำให้โรงพยาบาลยังต้องแบกรับภาระส่วนต่าง

งบ IPD เพิ่มแต่ยังไม่เพียงพอ

นายธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 30 สังกัดพรรคประชาชน ได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี 2570 ว่า งบประมาณของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในส่วนของผู้ป่วยใน (IPD) มีการปรับเพิ่มค่าตอบแทนตามน้ำหนักโรค (Adjust RW) จากเดิม 8,350 บาท เป็น 9,000 บาทต่อหน่วย แม้จะเป็นทิศทางที่ดี แต่ยังต่ำกว่าตัวเลข 10,000 บาทที่ สปสช. เสนอขอเพื่อให้ใกล้เคียงกับต้นทุนจริง 

ทั้งนี้ ส่งผลให้สถานพยาบาลยังคงต้องแบกรับส่วนต่าง โดยเฉพาะในกรณีโรคพื้นฐานที่ไม่ซับซ้อน เช่น การผ่าตัดไส้ติ่ง ซึ่งมีต้นทุนจริงสูงกว่า 10,000 บาท แต่ได้รับการชดเชยไม่เพียงพอ 

วิกฤต Point System 

ขณะเดียวกัน ปัญหาใหญ่ที่ถูกสะท้อนคือ ระบบการจ่ายเงินแบบ “คะแนนบริการ” Point System ในงบผู้ป่วยนอก ซึ่งเป็นงบประมาณปลายปิด เมื่อจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น มูลค่าต่อคะแนนจะลดลง เปรียบเสมือนการมีเงินก้อนเดิมแต่ต้องหารคนมากขึ้น ส่งผลให้โรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง และในบางกรณีถูกเรียกเงินคืนเนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ 

ทั้งนี้ งบประมาณส่วนชดเชยค่าบริการ (Buffer) จำนวน 12,842 ล้านบาท ที่ สปสช. เสนอเพื่อแก้ปัญหานี้กลับถูกตัดออกทั้งหมด 

“ใบส่งตัว” ปมปัญหาโครงสร้างสาธารณสุข กทม.

นอกจากนี้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ประชาชนกว่า 3.5 ล้านคนในระบบบัตรทอง กำลังเผชิญกับปัญหาใบส่งตัวที่แปรสภาพจากเอกสารทางการแพทย์กลายเป็นเอกสารทางการเงินหรือใบส่งตังค์ เนื่องจากคลินิกปฐมภูมิต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเมื่อส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล ทำให้เกิดการจำกัดการออกใบส่งตัว ประชาชนต้องตื่นเช้ามืดเพื่อรอคิวขอใบส่งตัว หรือถูกส่งไปรักษานอกเขตพื้นที่เนื่องจากเครือข่ายบริการไม่ชัดเจน

แนะ 4 แนวทางปฏิรูประบบสาธารณสุข

นายธัญธร ระบุว่าอยากเสนอทางออกเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 4 ข้อ ดังนี้

1.เปิดเผยต้นทุนจริง ติดตามความเพียงพอของงบผู้ป่วยใน 9,000 บาทต่อหน่วย ว่าสอดคล้องกับต้นทุนโรงพยาบาลแต่ละระดับหรือไม่ 

2.สร้างระบบแม่ข่าย-ลูกข่าย ยกระดับระบบปฐมภูมิ กทม. โดยให้โรงพยาบาลสังกัด กทม. เป็นแม่ข่าย บริหารจัดการงบประมาณและการส่งต่อร่วมกับคลินิกชุมชนอบอุ่น เพื่อลดความเสี่ยงทางการเงินของคลินิกขนาดเล็ก

3.กทม. ต้องเป็นเจ้าภาพร่วม ให้ผู้ว่าฯ กทม. มีอำนาจในการจัดการระบบบัตรทองในพื้นที่อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับเรื่องร้องเรียน 

4.เน้นงบป้องกันก่อนป่วย เพิ่มประสิทธิภาพงบสร้างเสริมสุขภาพ 30,000 ล้านบาท ให้ถึงตัวประชาชนมากขึ้น โดยยกตัวอย่างโครงการป้องกันการล้มในผู้สูงอายุที่มีต้นทุนเพียง 700 บาทต่อคน ซึ่งคุ้มค่ากว่าการรักษาหลังเกิดเหตุที่อาจสูงถึงหลักแสนบาท