thansettakij
thansettakij
กกพ. ส่งสัญญาณคุม ‘Data Center’ ด่วน หวั่นแย่งใช้ไฟกับประชาชน

กกพ. ส่งสัญญาณคุม ‘Data Center’ ด่วน หวั่นแย่งใช้ไฟกับประชาชน

25 มิ.ย. 69 | 02:39 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มิ.ย. 69 | 02:40 น.

กกพ. เตรียมคุมเข้ม Data Center ใช้ไฟสูง หวั่นกระทบความมั่นคงพลังงานประเทศ ชูแนวคิดบริหารไฟฟ้าเพื่อประโยชน์สูงสุดประเทศ ระบุโจทย์ใหม่ความมั่นคงพลังงาน

KEY

POINTS

  • กกพ. เตรียมออกมาตรการควบคุมธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากมีการใช้ไฟฟ้าในปริมาณสูง หวั่นกระทบความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและเกิดปัญหาแย่งใช้ไฟกับประชาชน
  • จะมีการใช้ระบบใบอนุญาตเพื่อกำกับการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ดาต้าเซ็นเตอร์ โดยจะพิจารณาและจัดลำดับความสำคัญของโครงการตามประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศ
  • การอนุมัติจะคำนึงถึงศักยภาพของระบบไฟฟ้าที่จะรองรับได้ และต้นทุนการลงทุนที่เกิดขึ้นจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ผลจากการจัดสัมมนา Foresight AGE Dialogue : ความมั่นคงทางพลังงานของไทยในโลกที่ผันผวน ซึ่งมีประเด็นที่เกี่ยวกับกิจการปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (Artificial Intelligence: AI) 

โดยผู้เข้าร่วมสัมมนามีความเห็นสอดคล้องกันว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมดาต้า เซ็นเตอร์ Data Center เป็นกิจการที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณสูงมาก กกพ.จำเป็นต้องเข้ากำกับทั้งระบบผลิต ระบบส่ง และระบบจำหน่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ และอาจเกิดปัญหาการแย่งใช้ไฟฟ้ากับประชาชนและภาคอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิม

กกพ. ส่งสัญญาณคุม ‘Data Center’ ด่วน หวั่นแย่งใช้ไฟกับประชาชน

 

คณะกรรมการ กกพ. มีความเห็นว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่ควบคุมไม่ได้ ต่อความมั่นคงของ ระบบไฟฟ้า จำเป็นต้องใช้มาตรการการออกใบอนุญาตมากำกับการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับกิจการ Data Center โดยจะนำข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและด้านระบบไฟฟ้า เพื่อใช้ประกอบการจัดลำดับการออกใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าให้ตามความสำคัญของแต่ละโครงการ ตามประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับอย่างโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

กกพ. มีแนวคิดจะขอข้อมูลหรือผลการประเมินจากหน่วยงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อพิจารณาประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประเทศของแต่ละโครงการ ขณะที่ด้านระบบไฟฟ้าจะพิจารณาข้อมูลจากศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ เพื่อประเมินศักยภาพของระบบผลิตว่ามีปริมาณไฟฟ้าเพียงพอหรือไม่ 

ส่วนระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าสามารถจ่ายไฟฟ้าให้ตามปริมาณความต้องการหรือไม่ และกระทบต่อประชาชนและอุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิมหรือไม่ หากจำเป็นต้องลงทุน ก็ต้องพิจารณาว่า ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนที่เกิดขึ้นจะต้องไม่กระทบค่าไฟฟ้าของประชาชน