thansettakij
thansettakij
‘ไชยชนก’ ลุย WEF 2026 เสนอโรดแมป 4 ด้าน ผนึกกรอบกฎหมายดิจิทัล ASEAN-APEC

‘ไชยชนก’ ลุย WEF 2026 เสนอโรดแมป 4 ด้าน ผนึกกรอบกฎหมายดิจิทัล ASEAN-APEC

24 มิ.ย. 69 | 07:25 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มิ.ย. 69 | 07:39 น.

รมว.ดีอี ไชยชนก นั่งแท่นผู้นำเสนอหลักบนเวทีหารือร่วม ASEAN-APEC ณ งาน Summer Davos ประเทศจีน ดันแนวคิด "การทำงานร่วมกันได้" สลายกำแพงกฎระเบียบดิจิทัล หวังเชื่อมเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิกให้ไร้รอยต่อ

KEY

POINTS

  • นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดีอี เป็นตัวแทนประเทศไทยนำเสนอประเด็นหลักในเวทีหารือระหว่างผู้นำอาเซียนและเอเปค ณ การประชุม World Economic Forum 2026
  • เสนอให้ ASEAN และ APEC ร่วมมือกันลดความแตกต่างของกฎระเบียบ โดยมุ่งเน้น "การทำงานร่วมกันได้" (Interoperability) เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค
  • เสนอโรดแมปความร่วมมือ 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ, การกำกับดูแล AI อย่างรับผิดชอบ, ความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการพัฒนาทักษะดิจิทัล

 

 

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับเกียรติจาก สภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ให้เป็นผู้นำเสนอประเด็นหลักและเปิดการอภิปรายในหัวข้อ Joint Session of APEC and ASEAN Chairs หรือ เวทีหารือระหว่างผู้นำอาเซียนและเอเปค

ที่มีผู้นำ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมรับฟัง ภายในงานการประชุม World Economic Forum - Annual Meeting of The New Champions 2026 (หรืองาน Summer Davos) ประจำปีครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างในวันที่ 23–25 มิถุนายน 2026 ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

มุ่งเน้น "การทำงานร่วมกันได้" มากกว่ากำหนดมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

นายไชยชนก ได้นำเสนอประเด็นหลักโดยกล่าวว่า ท่ามกลางการแข่งขันทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ทวีความเข้มข้น อาเซียน (ASEAN) และ เอเปค (APEC) ควรทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและลดความแตกต่างของกฎระเบียบ มาตรฐาน และแนวทางกำกับดูแลที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการค้า การลงทุน และนวัตกรรม

ดังนั้นในฐานะตัวแทนประเทศไทยขอเสนอว่า ความร่วมมือในระยะต่อไปควรมุ่งเน้น "การทำงานร่วมกันได้" (Interoperability) มากกว่าการกำหนดมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างระบบ กฎเกณฑ์ และกรอบการกำกับดูแลของแต่ละประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค

ทั้งนี้ ในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ไทยเห็นว่า ความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) และความริเริ่มด้านการค้าดิจิทัลของ APEC สามารถเป็นกลไกสำคัญในการลดความแตกแยกของกฎระเบียบ (Regulatory Fragmentation) และส่งเสริมการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

 ไทยเสนอให้ ASEAN และ APEC เร่งขับเคลื่อนความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ 

• การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ (Trusted Digital Ecosystem)

• การกำกับดูแลและใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างรับผิดชอบ

• การเสริมสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

• การพัฒนาทักษะดิจิทัลและทุนมนุษย์เพื่อรองรับเศรษฐกิจแห่งอนาคต

 

“ไทยเชื่อว่า ASEAN และ APEC สามารถเสริมบทบาทซึ่งกันและกันในการสร้างภูมิภาคที่เชื่อมโยง เปิดกว้าง และพร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัล ผ่านการส่งเสริมความเชื่อมั่น ความร่วมมือ และการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน” นายไชยชนก กล่าวในตอนท้าย