
ดีอีเปิดโต๊ะเคลียร์ปม 'TH-AI Passport' รื้อจุดบอด-คลอดดัชนีชี้วัด
"พชร อนันตศิลป์" ปลัดกระทรวงดีอี ป้องสัญญา TH-AI Passport ยันโปร่งใสตรวจสอบได้ 100% ด้านเอกชนแจงยิบ โชว์ไส้ใน 14 ค่าย 31 โมเดล ย้ำคำโต "ของฟรีไม่มีในโลก" ด้าน "การดี" ยื่น 3 ข้อ
KEY
POINTS
- กระทรวงดีอีจัดเวทีรับฟังความเห็นเพื่อชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้านบาท ในประเด็นความโปร่งใส การจัดซื้อจัดจ้าง และความคุ้มค่า
- ปลัดดีอียืนยันว่าโครงการดำเนินการตามระเบียบกฎหมายทุกขั้นตอนและใช้เวลาเกือบ 5 เดือน ไม่ใช่ 34 วันตามข่าวลือ พร้อมเจรจาคู่สัญญาและพยายามเปิดให้ลงทะเบียนได้ภายใน 1 ก.ค.
- มีการเสนอ 3 ทางเลือกในการแก้ปัญหาโครงการ ได้แก่ เดินหน้าต่อ, ปรับปรุงแก้ไขสัญญาให้สาธารณชนตรวจสอบได้ หรือยกเลิกสัญญาแล้วเริ่มต้นวางแผนใหม่ทั้งหมด
- กระทรวงดีอีสรุปว่าทางเลือกที่เหลือคือการเดินหน้าโครงการต่อแบบปรับปรุงแก้ไข หรือยกเลิกสัญญา โดยจะนำข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายไปพิจารณาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด
ท่ามกลางการตั้งคำถามโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้านบาทคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ต่อประเทศมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง รวมไปถึงข้อกล่าวหา “ล็อกสเปก” เป็นเวอร์ชันโปรหรือพรีเมียมมาแจก จนเป็นที่มา เปิดเวที TH-AI Passport Forum ระดมรับฟัง-แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โครงการ TH-AI Passport
นายพชร อันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้เงินกองทุนหรือเงินนอกงบประมาณในโครงการ "TH-AI" โดยชี้แจงว่า หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการใช้เงินนอกงบประมาณมีความคล่องตัวสูงจนอาจละเลยความรัดกุม
แต่ในความเป็นจริง เงินนอกงบประมาณเหล่านี้มีระเบียบทางราชการรองรับอย่างเคร่งครัดอิงตามกฎหมาย 100% ทั้งการจัดซื้อจัดจ้าง การประกวดราคา และการประกาศต่าง ๆ เหมือนงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด สิ่งที่ต่างกันเพียงอย่างเดียวคือ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ เงินที่เหลือไม่จำเป็นต้องนำส่งคืนคลังเป็นรายได้แผ่นดินเท่านั้น
นายพชรเปิดเผยไทม์ไลน์การทำงานจริงเพื่อสยบกระแสข่าวลือที่ว่าโครงการนี้ใช้เวลาดำเนินการเพียง 34 วัน โดยระบุว่า กระบวนการทั้งหมดใช้เวลายาวนานเกือบ 5 เดือนเต็ม กว่าจะถึงขั้นลงนามในสัญญา ส่วนตัวเลข 34 วันที่ปรากฏในข่าวนั้น เป็นเพียงแค่ "ท่อนเดียว" ซึ่งเป็นช่วงเวลาการประกาศเชิญชวนตามระเบียบราชการที่กำหนดไว้ (10-20 วันทำการ)
แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น โครงการต้องผ่านการกลั่นกรองอย่างเข้มงวดถึง 3-4 ขั้นตอน ตั้งแต่ระดับอนุกรรมการ ไล่ขึ้นไปจนถึงคณะกรรมการกองทุนบริหารจัดการ ซึ่งมีประธานระดับนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ดูแล จึงมั่นใจได้ว่าหลักเกณฑ์ทุกอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมาย
“โครงการนี้มีการกำหนดทีโออาร์ ขั้นต่ำไปแล้วและทางคู่สัญญาปัจจุบันเสนอ 14 ค่าย 31 โมเดลเฉลี่ยต่อหนึ่งเดือนต่อผู้ใช้งานอยู่ที่ 27 บาท กระทรวง จัดการประมูลไปแล้ว เลิกสัญญาไม่ได้ผมไม่ยินยอมเป็นสัญญาของทางราชการ” ปลัดดีอี ให้ความเห็น
พยายามเปิดใช้ TH-AI Passportดีเดย์ 1 ก.ค.
นายพชร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากนี้ไปเจรจากับคู่สัญญาในเรื่องต่างๆ เช่นเอกสารแนบท้ายสัญญาใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้น และจะพยายามสามารถเปิดให้ลงทะเบียนได้ภายในวันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป
"ฮิวแมน" ชี้แจงปมดราม่าที่ว่า "ทำไมรัฐต้องเสียเงินเป็นพันล้านในเมื่อมี AI ฟรีให้ใช้"
ตัวแทน บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ร่วมยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ทางบริษัทฯ ยังไม่ได้รับเงินค่าจ้างเลยแม้แต่บาทเดียวเช่นกัน ทุกคนเข้ามาทำงานด้วยความตั้งใจ พร้อมชี้แจงปมดราม่าที่ว่า "ทำไมรัฐต้องเสียเงินเป็นพันล้านในเมื่อมี AI ฟรีให้ใช้"
สำหรับเครื่องมือ Generative AI เวอร์ชันฟรีในปัจจุบันมีข้อจำกัดสูงมาก เช่น ถามได้เพียง 2-3 คำถามในเชิงลึกก็ติดลิมิต หรือต้องรอให้ถึงวันถัดไปถึงจะใช้งานต่อได้ ซึ่งไม่ตอบโจทย์การนำมาทำงานจริงในระดับมืออาชีพ หากประเทศต้องการยกระดับความรู้ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ข้าราชการ ไปจนถึงผู้ประกอบการ SME จำเป็นต้องมี AI หลากโมเดลที่ทรงพลัง
โครงการนี้จึงไม่ใช่การเอา AI มาแจกให้ใช้ฟรี ๆ ไปวัน ๆ แต่เป็นการมอบสิทธิ์ในการเข้าถึงเครื่องมือระดับพรีเมียมควบคู่ไปกับระบบการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ อ้างอิงตามกรอบมาตรฐานของยูเนสโก (UNESCO)
นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวโมเดล "Thai Passport" ที่รวบรวมโมเดลระดับท็อปของโลกเวอร์ชันเสียเงิน (Pro/Premium) มาให้คนไทยได้ใช้งานผ่านระบบสะสมคะแนนจากการเรียนรู้ โดยมีฟีเจอร์เด่น อาทิ:
- การสร้างรูปภาพโฆษณาและสื่อสร้างสรรค์: ขับเคลื่อนโดยโมเดลประสิทธิภาพสูงอย่าง Gemini Nano หรือ Banana Pro
- การสร้างสรรค์วิดีโอเสมือนจริง: ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างสมจริงผ่านโมเดล Gemini 3.1 ฟ้า
- การพัฒนาเว็บไซต์: สร้างเว็บไซต์ HTML ได้อย่างง่ายดายด้วยฟีเจอร์ Live Architect โดยโมเดลชั้นนำอย่าง CL US 4.8 เห็นผลงานแบบ Interactive ทันที
-
ระบบเปรียบเทียบโมเดล (Model Comparison): ให้ผู้ใช้งานเปรียบเทียบผลลัพธ์จากแต่ละโมเดลพร้อมกัน เพื่อเลือกสิ่งที่ดีที่สุดไปใช้งาน
"การดี" ยื่น 3 ข้อ เดินหน้า แก้ ยกเลิกสัญญา
ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า หลังจากได้รับฟังคำชี้แจงบนเวที TH-AI Passport Forum ระดมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโครงการ TH-AI Passport เห็นว่าการเดินหน้าโครงการต่อแบบเดิมเป็นทางเลือกที่ลำบากอย่างมาก เพราะรัฐอาจเผชิญการตรวจสอบและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมตามมา ทั้งที่เป้าหมายสำคัญควรเป็นการพัฒนา AI ของประเทศให้เกิดขึ้นจริง
ดร.การดี ระบุว่า ทางเลือกที่สองคือการเดินหน้าต่อแบบปรับปรุง โดยวันนี้ไม่ควรพูดถึงชั้น TOR แล้ว แต่ต้องพิจารณาในชั้นสัญญา ดังนั้น กระทรวงควรเปิดสัญญาและเปิดรายละเอียดงานงวดที่ 1 ซึ่งเป็นรายงานการดำเนินงานอย่างละเอียดให้สาธารณชนได้ตรวจสอบ เพื่อให้ทุกฝ่ายช่วยกันพิจารณาว่าเงินงบประมาณที่ใช้ไปมีความคุ้มค่าหรือไม่
ดร.การดี กล่าวว่า หากประชาชนมีส่วนร่วมกับโครงการมากขึ้น เชื่อว่าจะช่วยให้การตรวจสอบและการพัฒนาโครงการมีทิศทางที่ดี เพราะผู้ที่สนใจเรื่อง AI มีความตั้งใจดีและต้องการเห็นประเทศเดินหน้าอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การเปิดข้อมูลสัญญาและงานงวดแรกจะเป็นจุดสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคม
ขณะเดียวกัน ดร.การดี เสนอทางเลือกที่สาม คือการยกเลิกสัญญาปัจจุบันและเริ่มวางภาพใหม่ทั้งหมด โดยควรคำนวณให้ชัดเจนว่าหากรัฐต้องยุติโครงการ จะมีความเสียหายหรือค่าเสียหายสูงสุดเท่าใด จากนั้นจึงประเมินว่าเงินที่เหลือสามารถนำไปออกแบบโครงสร้างใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมหรือไม่
ดร.การดี กล่าวว่า เข้าใจดีว่ากระทรวงมีการลงนามสัญญาไปแล้ว และอาจมีความเสี่ยงถูกฟ้องร้องจากผู้รับงานหากยุติโครงการ แต่เห็นว่าควรคำนวณความเสียหายสูงสุดอย่างตรงไปตรงมา แล้วนำมาเปรียบเทียบกับประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ หากสามารถปรับโครงการใหม่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น
นอกจากนี้ ดร.การดี ยังเสนอให้กระทรวงดึงผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมผู้ประกอบการ AI และสภาดิจิทัลเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น หากต้องปรับวิสัยทัศน์หรือวิธีคิดของโครงการใหม่ เพราะกลุ่มเหล่านี้เป็นผู้ที่เข้าใจอุตสาหกรรมจริง และสามารถช่วยออกแบบแนวทางที่ตอบโจทย์ระบบนิเวศ AI ของประเทศได้มากขึ้น
ดร.การดี กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการไม่ควรมุ่งเพียงการแจกสิทธิ์ใช้งานให้ประชาชน 5 ล้านคน ซึ่งหลายฝ่ายยังตั้งคำถามว่าจะมีผู้ใช้งานครบหรือไม่ และจะคุ้มค่าหรือไม่ แต่ควรปรับวิธีคิดไปสู่การสนับสนุนผู้ประกอบการ AI ไทย ซึ่งกำลังเผชิญความยากลำบาก เพื่อให้ธุรกิจในอุตสาหกรรมนี้เติบโต เกิดการสร้างงาน และต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจ AI ได้จริง
ทั้งนี้ ดร.การดี สรุปว่า หลังจากเวทีรับฟังความคิดเห็น กระทรวงดีอีควรตอบให้ชัดว่าจะเลือกทางใด ระหว่าง 1. เดินหน้าต่อแบบเดิม 2. เดินหน้าต่อแบบปรับปรุง หรือ 3. เปลี่ยนวิสัยทัศน์ใหม่และเริ่มออกแบบโครงการใหม่จากงบประมาณ 1,600 ล้านบาท เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
ด้านผู้แทนกระทรวงดีอี ชี้แจงว่า การเดินหน้าต่อแบบเดิมไม่ใช่ทางเลือกแล้ว เพราะขณะนี้ต้องพิจารณาปรับปรุงโครงการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี โดยต้องดูว่าจะสามารถปรับได้มากน้อยเพียงใด ขณะที่ในระดับเจ้าหน้าที่และแม้แต่คู่สัญญาเองก็อาจต้องการให้โครงการยุติลงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ผู้แทนกระทรวงดีอี ระบุว่า หากโครงการนี้ถูกยกเลิก โครงการลักษณะเดียวกันอาจไม่เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าในรัฐบาลใด ทั้งที่ประเทศไทยอยู่ในยุค AI Transformation หรือยุคการเปลี่ยนผ่านด้าน AI ดังนั้น แม้การยกเลิกจะเป็นทางเลือกที่ง่ายที่สุดในเชิงกระบวนการ แต่หากตกลงกันไม่ได้ คู่สัญญาอาจใช้สิทธิฟ้องร้อง และต้องไปพิสูจน์ความเสียหายในชั้นศาล ซึ่งจะทำให้กระบวนการยุ่งยากมากขึ้น
ผู้แทนกระทรวงดีอี กล่าวสรุปว่า ขณะนี้ทางเลือกที่เหลืออยู่จริงมี 2 ทาง คือ เดินหน้าต่อแบบ Modify หรือปรับปรุงให้สมบูรณ์ที่สุด และอีกทางคือยกเลิกโครงการ โดยกระทรวงจะรับข้อเสนอแนะและข้อสังเกตจากเวทีทั้งหมดไปพิจารณา โดยเฉพาะหลักการ “ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” ซึ่งถือเป็นแนวทางที่อาจทำให้เอกชนมีความเสี่ยงมากกว่าภาครัฐ และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียด
โครงการ TH-AI Passport
ภาพรวมโครงการ TH-AI Passport คือ โครงการที่มอบ “สิทธิการใช้งาน” ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโมเดล Pro/Premium ให้คนไทย ควบคู่ไปกับระบบการเรียนรู้ (LMS) เพื่อยกระดับความฉลาดรู้ด้าน AI (AI Literacy) ในวงกว้าง โดยรวมโมเดล AI ชั้นนำของโลกและของไทย 30 โมเดล จาก 14 ค่าย ไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ภายใต้แนวคิด Learn to Earn คือ เรียนรู้ ทำภารกิจ สะสมเครดิต และนำเครดิตไปใช้งานจริง
สารสำคัญของโครงการ มีดังนี้
• เปิดสิทธิ์คนไทยใช้ AI โมเดล Pro/Premium 30 โมเดล จาก 14 ค่าย ในราคา 27 บาท/คน/เดือน
• วางรากฐาน AI Literacy คนไทย ผนึก Google, Microsoft และ OpenAI สร้างระบบเรียนรู้เพื่ออนาคต ผ่าน 130 หลักสูตร
• สร้างทุนมนุษย์ รับการแข่งขันยุค AI
นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอความคิดเห็น 3 ข้อ โครงการ TH-AI Passport ว่า เดินหน้า แก้สัญญา และ ยกเลิกโครงการ และ ขอให้เปิดสัญญากับคู่ค้าเพือให้ภาคประชาชนและผู้เชี่ยวชาญวงการไอทีสามารถตรวจสอบสัญญาได้โปร่งใส.







