thansettakij
thansettakij
เปิดโรดแมปรัฐบาล ผลักดัน ‘รายได้ต่อหัวคนไทย’

เปิดโรดแมปรัฐบาล ‘รายได้ต่อหัวคนไทย’ แตะ 5 แสน สู่ประเทศรายได้สูง

24 มิ.ย. 69 | 02:25 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มิ.ย. 69 | 02:25 น.

เปิดแผนโรดแมปรัฐบาล แผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่ ผลักดัน‘รายได้ต่อหัวคนไทย’ แตะ 5 แสนต่อคนต่อปี ภายใน 12 ปีนับจากนี้ สู่ประเทศรายได้สูง

KEY

POINTS

  • รัฐบาลตั้งเป้าหมายผลักดันประเทศไทยให้เป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี (ประมาณปี 2580-81)
  • ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI) ให้ถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5 แสนบาทต่อคนต่อปี จากปัจจุบันที่ราว 8,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • การจะบรรลุเป้าหมายจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ได้ 5% เป็นอย่างน้อย ผ่านการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและความร่วมมือกับภาคเอกชน

รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” ประกาศแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่ ต้อนรับการทำงานเข้าสู่เดือนที่ 3 ภายหลังนัด ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งแรก ด้วยการตั้งเป้าหมายสุดท้าทายในการผลักดันให้ประเทศไทย หลุดพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ไปสู่ “ประเทศรายได้สูง” (High-Income Countries) หรือประเทศที่มีรายได้ประชาชาติรวม (GNI) ต่อหัวเท่ากับ 15,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4.9 แสนบาทต่อคนต่อปี ภายใน 12 ปีข้างหน้า หรือประมาณปี 2580-81

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยจะเป็นประเทศรายได้สูงนั้น จำเป็นต้องเร่งสร้างปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจไทย เพราะปัจจุบันประเทศที่มีรายได้สูง จะมีรายได้ประชากรเฉลี่ยต่อหัวต่อคนต่อปี อยู่ที่ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ปัจจุบันประเทศไทยมีรายได้ประชากรเฉลี่ยต่อหัวต่อคนต่อปี อยู่เพียง 8,000-9,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.6-2.9 แสนบาทต่อคนต่อปี เท่านั้น 

ดันศักยภาพเศรษฐกิจ

ส่วนในอีก 12 ปีข้างหน้า รายได้ต่อหัวอาจมากกว่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐด้วย แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับเงินเฟ้อและการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ขณะที่ศักยภาพของเศรษฐกิจไทยในอีก 12 ปีข้างหน้า ถ้าหากไทยจะก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีรายได้สูงนั้น เห็นว่า ศักยภาพเศรษฐกิจต้องอยู่ที่ระดับ 5% จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.7% เป็นอย่างน้อย โดยแผนของรัฐบาลตอนนี้จะพยายามเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจให้เป็น 3% ขึ้นไปภายใน 3-4 ปีข้างหน้า

“ศักยภาพเศรษฐกิจหรือ potential economic กับการเติบโตจริงหรือ GDP growth เป็นคนละส่วนกัน ถ้าศักยภาพเพิ่มขึ้นจนทำให้ประเทศไทยไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วที่มีรายได้สูง การเติบโตของเศรษฐกิจจริงก็ควรอยู่ที่ระดับ 5% โดยการลงทุนถือเป็นกลไกหนึ่งแต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมภายในและปรับปรุงกฎระเบียบทั้งหมด เพราะจะช่วยสนับสนุนได้มากกว่าการรอแค่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว” นายดนุชา ระบุ

นายดนุชา กล่าวด้วยว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ ก็คงต้องดูเรื่องของแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วย แต่ในรายละเอียดคงไม่ได้ปรับอะไร เพราะภายในแผนยุทธศาสตร์ชาติได้กำหนดแนวทางไว้ค่อนข้างครบแล้ว อาจจะมีปรับรายละเอียดเล็กน้อย ซึ่งเป้าหมายก็กำหนดไว้ให้ประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูงเช่นกัน 

รายได้ต่อตัวคนไทยล่าสุด

ฐานเศรษฐกิจ ตรวจสอบข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ระบุตัวเลขรายได้ต่อหัวคนไทย ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 8,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี คิดเป็น 269,615 บาทต่อคนต่อปี ส่วนประมาณการในปี 2569 คาดว่า รายได้ต่อหัวคนไทย จะปรับขึ้นเล็กน้อยไปอยู่ที่ 8,677 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี คิดเป็น 282,024 บาทต่อคนต่อปี ภายใต้มูลค่า GDP อยู่ที่ 19.88 ล้านล้านบาท

 

รายได้ต่อหัวคนไทย ณ สิ้นปี 2568

 

ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเป็นแผนฉบับรองลงมาได้กำหนดประเด็นด้านเศรษฐกิจฐานราก โดยตั้งเป้าหมายรายได้ของประชากรกลุ่มรายได้น้อยเพิ่มขึ้นอย่างกระจายและอย่างต่อเนื่อง

กำหนดค่าเป้าหมายดัชนีความยากจนหลายมิติของกลุ่มเป้าหมายในระบบ TPMAP มิติด้านเศรษฐกิจจะต้องลดลงไม่น้อยกว่าค่าเป้าหมายในปีสุดท้ายในแต่ละห้วง 5 ปีนั้น ๆ คือ ปี 2566-2570 ลดลงไม่น้อยกว่า 5% ต่อปี ส่วนปี 2571-2575 ลดลงไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี และปี 2576-2580 ลดลงไม่น้อยกว่า 15% ต่อปี

พร้อมกำหนดเป้าหมายกลุ่มประชากรรายได้ตํ่าสุด 40% มีความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สินได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายหนี้สินของครัวเรือนที่มีรายได้ตํ่าสุด 40% ต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดของครัวเรือนรายได้ตํ่าสุด 40% จะต้องมีการคำนวณหาสัดส่วนที่ลดลงไม่น้อยกว่าค่าเป้าหมายในปีสุดท้ายของแต่ละห้วง 5 ปีนั้น ๆ คือต้องลดลงใน 3 ห้วงเวลา ไม่น้อยกว่า 20% จนถึงปี 2580

ผนึกพลังเอกชนดันประเทศรายได้สูง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงแผนการทำงานระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน หลังจากนัดหารือกันใน กรอ. โดยกำหนดเป้าหมายนำประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงให้ได้ภายในระยะเวลา 12 ปีว่า จากการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนได้ถูกนำมาจัดทำเป็นแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว ซึ่งเรื่องสำคัญคือ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน

สำหรับการตั้งเป้าหมายในระยะปานกลางนั้น รัฐบาลพร้อมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยให้ขึ้นไปอยู่ในอันดับ 20 แรกของโลกภายในปี 2573 พร้อมกับยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้เติบโตในระดับ 3% โดยเป้าหมายที่ชัดเจนนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นระบบภายใต้การทำงานที่สอดประสานกันเหมือนการทำงานเป็นทีม

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง

 

กางแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ส่วนรูปแบบการทำงาน นายเอกนิติ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันทำงานแบ่งหน้าที่ออกเป็น 3 ส่วนหลักคือ กองหน้า กองกลาง และกองหลัง โดยกองหลังจะเน้นความสำคัญที่การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและวินัยการเงินการคลังที่เข้มแข็งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและเป็นภูมิคุ้มกันจากความผันผวนของโลก

ขณะที่ตำแหน่งกองกลางจะทำหน้าที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี AI และดิจิทัล รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจนและการพัฒนาทุนมนุษย์ให้เป็นแรงงานที่มีทักษะสูงเพื่อทำหน้าที่เป็นรากฐานสำคัญในการส่งต่อโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ทีมกองหน้า

สำหรับทีมกองหน้าจะทำหน้าที่บุกเพื่อหารายได้เข้าประเทศตามเป้าหมายผ่านการผลักดัน 7 สาขาธุรกิจหลักที่ประเทศไทยมีจุดแข็ง ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารคุณภาพเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยานยนต์แห่งอนาคตที่ต่อยอดจากฐานการผลิตเดิมที่มีความเข้มแข็ง อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี AI อุตสาหกรรมยาและสุขภาพที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคุณภาพสูง 

มอบ 4 รองนายกฯ ขับเคลื่อน

นอกจากนี้ที่ประชุมยังมอบหมายรองนายกฯ 4 ด้าน กำกับดูแลงานทำงานทุกมิติผ่านกลไกของคณะอนุกรรมการ คือคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ มีรองนายกฯ เอกนิติ เป็นประธาน, คณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน มีรองนายกฯ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นประธาน, คณะอนุกรรมการด้านการยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี มีรองนายกฯ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ มีรองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธาน