
สถาบันยานยนต์เร่งปั้นรถไฟไทย ใช้ฐาน OEM ต่อยอดอุตสาหกรรมระบบราง
ไทยลุยรถไฟ เปิดทางผู้ผลิตยานยนต์สู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมระบบรางเต็มรูปแบบ สถาบันยานยนต์ผนึก สทร. เดินหน้าดันผู้ประกอบการ 240 บริษัทสู่ธุรกิจรถไฟ
KEY
POINTS
- สถาบันยานยนต์ร่วมมือกับสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตรถไฟ
- มีเป้าหมายเพื่อต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน (OEM) ที่แข็งแกร่งของไทย โดยใช้ตุรกีเป็นประเทศต้นแบบ
- ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับความสนใจจากภาคอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก
ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานการผลิตรถไฟ โดยมุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านโครงสร้างและการผลิตรถไฟ เพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนารถไฟต้นแบบของประเทศไทยในอนาคต
โดยดำเนินการผ่านการร่วมมือกับสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. สร้างIncubation Team ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ THAILAND MOVE ON RAIL โอกาสใหม่ของธุรกิจไทยในอุตสาหกรรมระบบราง พื้นฐานโครงสร้างเชิงระบบและชิ้นส่วนของรถไฟ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจสู่ธุรกิจใหม่ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม
แนวคิดในการพัฒนาอุตสาหกรรมระบบราง ได้ยกประเทศต้นแบบอย่างเช่นตุรกี ซึ่งสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตรถไฟจากฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อย่างประสบความสำเร็จ และเป็นแนวทางที่สามารถประยุกต์ใช้กับประเทศไทยได้ เนื่องจากไทยก็เป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีผู้ประกอบการมากกว่า 2,400 ราย ในปัจจุบัน
นายชัยวุฒิ ตันไชย ผู้จัดการกลุ่มพัฒนาผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ สทร. กล่าวว่า สทร. เป็นหน่วยงานกลางประสานความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาครัฐ ภาคการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนากำลังคน และการสร้างอุตสาหกรรมระบบรางภายในประเทศ
โดยผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตชิ้นส่วนของรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า หรือ บทต. ได้หลายชิ้นส่วนภายในประเทศ รวมถึงออกแบบและพัฒนารถไฟท่องเที่ยวที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทย ซึ่งจะนำไปสู่การขยายผลด้านการผลิตโดยอาศัยห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศในอนาคต
การฝึกอบรมดังกล่าวมีผู้ประกอบการเข้าร่วมการฝึกอบรมกว่า 400 ราย จาก 240 บริษัท แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยในการก้าวเข้าสู่ธุรกิจระบบราง และถือเป็นการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ บุคลากร และเทคโนโลยี เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมระบบรางไทย







