
สถาบันยานยนต์ ผนึก อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ จัดสัมมนา “Automotive Summit 2024”
สถาบันยานยนต์ จับมือ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ จัดงานสัมมนา “Automotive Summit 2024” วันที่ 19-20 มิ.ย.67 เช็คไฮไลต์ภายในงานที่นี่
สถาบันยานยนต์ จับมือ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ เตรียมจัดงานสัมมนา “Automotive Summit 2024” ระหว่างวันที่ 19-20 มิถุนายน 2567 เวลา 09.00-16.30 น. ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 2 ห้อง 203 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดย ดร. เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า สถาบันยานยนต์ตระหนักเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำอย่างไรที่จะร่วมผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์เดินหน้าตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals : SDGs ชุดเป้าหมายการพัฒนาระดับโลกที่ทุกประเทศต้องดำเนินการร่วมกันตั้งแต่ปี 2016 - 2030 โดยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 เป้าหมาย ได้แบ่งออกเป็น 5 มิติ
สำหรับการจัดงานสัมมนา Automotive Summit 2024 ในปีนี้ สถาบันยานยนต์ และ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ ได้สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายของ Sustainable Development Goals สร้างสมดุล 3 เสาหลักสู่มิติแห่งความยั่งยืน ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านสิ่งแวดล้อม มาเป็นแนวคิดหลักของการจัดงานในครั้งนี้ “Future Mobility Towards Sustainability มุ่งสู่นวัตกรรมการขับเคลื่อนแห่งอนาคตเพื่อความยั่งยืน”
ไฮไลท์ของงานสัมมนา Automotive Summit 2024 ในปีนี้ แบ่งออกเป็น 3 Session หลัก ได้แก่ ECONOMY ENVIRONMENT และ SOCIAL ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานชั้นนำของภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 16 หน่วยงาน ทั้งไทยและต่างประเทศ อาทิ ผู้ทรงคุณวุฒิจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ,กรมขนส่งทางบก , สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องมาตรฐานการทดสอบชั้นนำจากต่างประเทศอย่างเช่น จีน เกาหลี ยุโรป
ส่วนทางด้านนางวราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ (RX Tradex เดิมชื่อ รี้ด เทรดเด็กซ์) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมิถุนายน บริษัทฯ กำหนดจัดงาน Manufacturing Expo มหกรรมเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพื่อการผลิตและอุตสาหกรรมสนับสนุน ซึ่งประกอบด้วย 7 งานเฉพาะทางในมหกรรมเดียว และหนึ่งในนั้นคืองาน “Automotive Manufacturing” งานสำหรับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ครบครันที่สุดในอาเซียน
โดยงาน Automotive Manufacturing 2024 ในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Transition to Future Mobility พุ่งทะยานสู่ยานยนต์แห่งอนาคต” ที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ได้ก้าวทันกระแสความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเรื่องยานยนต์ไฟฟ้าและระบบนิเวศที่รองรับ นโยบายด้านการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือแนวทางเพื่อบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งล้วนแต่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกธุรกิจต้องรับทราบและปรับตัว เพื่อคงสถานะการเป็นส่วนหนึ่งของ Value Chain ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก
ในงาน Automotive Manufacturing จะมีการแสดงเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อาทิ เครื่อง Machining Center แนวตั้งความเร็วสูง เครื่องตรวจสอบคุณภาพชิ้นงาน เครื่องตรวจวัดชิ้นงานแบบมือถือ เครื่องทำความสะอาดชิ้นงานระบบอัตโนมัติ ปั๊มไฮดรอลิกประหยัดพลังงาน และวัตถุดิบที่ใช้ทำชิ้นส่วนยานยนต์อย่างอลูมิเนียมคาร์บอนต่ำเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
"งานสัมมนา Automotive Summit 2024 นี้ ยังคงเป็นไฮไลท์สำคัญของงานที่นอกจากผู้เข้าร่วมฟังสัมมนาจะได้รับองค์ความรู้ใหม่แล้ว ยังจะได้เข้าชมเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย"
ดร. เกรียงศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากการผลิตยานยนต์แบบดั้งเดิมมาเป็นการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ที่เน้นด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจกสูง ภายใต้นโยบายของภาครัฐที่มุ่งเน้นและผลักดันให้ยานยนต์ที่ผลิตในประเทศเป็นยานยนต์ที่ “สะอาด ประหยัด และปลอดภัย” เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ควบคู่ไปกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน
จากมาตรการการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การใช้งานและโครงสร้าง พื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของไทยขยายตัวอย่างวรวดเร็ว โดยปัจจุบัน มีค่ายรถยนต์ทั้งจากประเทศจีนและญี่ปุ่น เข้ามาลงทุนและมีแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV ในประเทศไทยในปี 2567 กว่า 9 ราย นำโดย BYD, MG , Changan, NETA, GAC, Nissan ฯลฯ โดยมีกำลังการผลิตรวมกว่า 596,000 คันต่อปี ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 ไทยเริ่มมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV ในประเทศ โดยมีปริมาณการผลิตรวม 2,466 คัน นำโดย ค่าย GWM, MG และ Honda (ผลิตรถยนต์ BEV HRV-en1 จำนวน 30 คันในเดือน มกราคม 2567 ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2566 ที่ผ่านมา ไทยมี ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BEV ทั้งสิ้น 73,568 คัน อัตราการขยายตัว 694% ขณะที่ในช่วงไตรมาสแรกของ ปี 2567 มีปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BEV กว่า 19,131 คัน ซึ่งหากพิจารณาตามข้อมูลสถิติ ปริมาณการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสะสมในประเทศไทย พบว่า จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนรถไฟฟ้า BEV ที่จดทะเบียนแล้วกว่า 113,435 คัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง







