thansettakij
thansettakij
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย

อนุทิน กางคิวทวิภาคี 'ปธน.ปูติน' 18 มิ.ย.นี้ จับตาความร่วมมือ-ลงนามหลายฉบับ

16 มิ.ย. 69 | 08:25 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มิ.ย. 69 | 08:30 น.

นายกฯ อนุทิน เตรียมหารือทวิภาคี ‘วลาดิเมียร์ ปูติน’ ประธานาธิบดีรัสเซีย 18 มิ.ย.นี้ พร้อมประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย สมัยพิเศษ ลงนาม 4 ฉบับ เสริมความร่วมมือพลังงาน วัฒนธรรม ความมั่นคง และเศรษฐกิจทุกมิติ

KEY

POINTS

  • นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดการหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในวันที่ 18 มิถุนายน ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย
  • ประเด็นหารือมุ่งเน้นความร่วมมือหลายด้าน ทั้งการเกษตร อุตสาหกรรม การลงทุน พลังงาน และการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มปริมาณการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ
  • จะมีการรับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย 4 ฉบับ เพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว
  • คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างแผนการหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-รัสเซีย ฉบับใหม่ เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือในระยะ 5 ปีข้างหน้า

วันนี้ (16 มิถุนายน 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึง การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน - รัสเซีย สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 16 - 19 มิ.ย.2569 ณ เมืองคาซาน ว่า รัฐบาลมีประเด็นหารือหลายเรื่องกับรัสเซีย ทั้งเรื่องการเกษตร อุตสาหกรรม การลงทุน โดยในช่วงเย็นวันที่ 18 มิ.ย.นี้ มีกำหนดการหารือทวิภาคีกับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ด้วย

"ประเทศไทยซื้อสินค้าของเขามากมาย และต้องการให้เขาเพิ่มออเดอร์จากประเทศไทยให้มากขึ้น ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี" นายกฯ ระบุ 

ส่วนจะมีการหารือเรื่องน้ำมันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีทุกเรื่อง เพราะรัสเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นแหล่งผลิตพลังงาน

ขณะเดียวกันเมื่อถามว่า การไปรัสเซียรอบนี้ไทยจะไปขายสินค้าหรือไปซื้อสินค้าจากรัสเซีย นายกฯ ยอมรับว่า คงต้องมีทั้งสองทาง โดยไทยมีสินค้าเกษตร อาหาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และก็พยายามหาทรัพยากรพลังงานจากหลาย ๆ แหล่ง เช่นเดียวกับเรื่องการท่องเที่ยว และการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยหารือร่วมกับประธานหอการค้ารัสเซียแล้ว

เตรียมลงนาม 4 ฉบับไทย-รัสเซีย

ด้านนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างเอกสารผลลัพธ์การประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย สมัยพิเศษ จำนวน 4 ฉบับ ซึ่งผู้นำอาเซียนจะร่วมรับรองในการประชุมที่เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนและรัสเซียในระยะยาว ประกอบด้วย 

1. ร่างปฏิญญาคาซาน ค.ศ. 2026 “อาเซียน–รัสเซีย: เอกภาพในความหลากหลาย – 35 ปี ร่วมกัน” ซึ่งยืนยันเจตนารมณ์ร่วมในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความร่วมมือในประเด็นสำคัญ อาทิ ความมั่นคงทางทะเล ความมั่นคงทางชีวภาพ การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การค้า การลงทุน พลังงาน อาหาร การท่องเที่ยว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ 

2. ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียน–รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงาน มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน การรับมือวิกฤตพลังงาน การพัฒนาพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ไฮโดรเจน เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของภูมิภาค

3. ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียน–รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม ที่มุ่งส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การแลกเปลี่ยนทางศิลปะ วรรณกรรม ภาพยนตร์ ดนตรี และการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพด้านวัฒนธรรม 

4. ร่างแผนดำเนินการที่ครอบคลุมเพื่อปฏิบัติตามความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อาเซียน–สหพันธรัฐรัสเซีย ค.ศ. 2026–2030 ซึ่งกำหนดกรอบความร่วมมือใน 3 เสาหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม–วัฒนธรรม ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การต่อต้านการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ การค้าและการลงทุน ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร การคมนาคม การเกษตร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสาธารณสุข การจัดการภัยพิบัติ การย้ายถิ่นฐาน และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

 

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

 

ร่างเอกสารทั้ง 4 ฉบับไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับรัสเซียในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะด้านพลังงาน วัฒนธรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน และเสริมบทบาทของไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศต่อไป

อนุมัติกรอบหารือไทย–รัสเซีย ฉบับใหม่ 5 ปี

ขณะเดียวกัน ครม.ยังมีมติเห็นชอบร่างแผนการหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย กับกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2569–2573 เพื่อเป็นกรอบการหารือและขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่องในระยะ 5 ปี

รองโฆษกฯ กล่าวว่า แผนการหารือฉบับนี้เป็นกลไกต่อเนื่องจากแผนฉบับที่ผ่านมา โดยกำหนดการหารือทั้งในระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และระดับกรมของกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่าย ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ 

ความร่วมมือทวิภาคี ความร่วมมือภูมิภาคและพหุภาคีในเอเชีย–แปซิฟิก การประสานงานในกรอบสหประชาชาติ กิจการเกี่ยวกับยุโรป การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัล การต่อต้านข้อมูลเท็จและข่าวปลอม ความร่วมมือด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และประเด็นอื่นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

 

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

 

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างประสานกับฝ่ายรัสเซียเพื่อจัดประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย–รัสเซีย ครั้งที่ 9 ณ กรุงมอสโก ในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 และหากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ จะมีการลงนามแผนการหารือฉบับดังกล่าวในโอกาสเดียวกัน

ร่างแผนการหารือนี้ไม่เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศ และไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เป็นกรอบการทำงานที่ช่วยส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ ยกระดับความสัมพันธ์ และสนับสนุนการหารือระหว่างไทยกับรัสเซียให้มีความต่อเนื่อง เป็นระบบ และเกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น