thansettakij
thansettakij
คมนาคม ชงครม.อัดงบชดเชย 4,000 ล้าน เก็บค่ารถไฟฟ้าทุกสาย 17-45 บาท

คมนาคม ชงครม.อัดงบชดเชย 4,000 ล้าน เก็บค่ารถไฟฟ้าทุกสาย 17-45 บาท

06 มิ.ย. 69 | 08:31 น.
อัปเดตล่าสุด :06 มิ.ย. 69 | 08:41 น.

คมนาคม เตรียมชง ครม. สัปดาห์หน้า เปลี่ยนโมเดล Single Ownership โอนรถไฟฟ้าทุกสีทุกสาย ให้ รฟม.ดูแลรูปแบบใหม่ เก็บ 17-45 บาท พร้อมขอชดเชยปีละ 4,000 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอ ครม. สัปดาห์หน้ากำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายใหม่ในราคา 17-45 บาทต่อเที่ยว
  • รัฐบาลคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารให้ผู้ประกอบการประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี
  • นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการรวมการบริหารรถไฟฟ้าทุกสายไว้ที่ รฟม. (Single Ownership) เพื่อรองรับระบบตั๋วร่วม พร้อมใช้สูตรโครงสร้างราคาใหม่

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นี้ กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอแนวทางการโอนสิทธิ์การบริหารจัดการ โครงการรถไฟฟ้า ทุกสีและทุกสายให้มาอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หรือแนวคิดการบริหารรถไฟฟ้ารายเดียว (Single Ownership) นำไปสู่การบริหารจัดการระบบรถไฟฟ้าร่วมกัน รองรับนโยบายตั๋วร่วมของรัฐบาล

ชงครม.ไฟเขียว 4 ประเด็น

สำหรับสาระสำคัญที่กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอให้ที่ประชุมครม. พิจารณา ประกอบด้วย

1.การขอยกเลิกมติ ครม. เดิมที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ในระยะที่ 2 เพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การใช้โครงสร้างราคาใหม่ 

2.การขอยกเลิกการมอบหมายให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เป็นผู้ดำเนินการระบบศูนย์กลางการจัดสรรรายได้กลาง หรือ Common Clearing House (CCH) โดยจะเปลี่ยนให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญทางการเงิน เช่น ธนาคารกรุงไทย เข้ามาดูแลระบบบริหารจัดการรายได้แทน เนื่องจากเป็นระบบที่มีความพร้อมและไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติมในสัดส่วนที่สูง

3.การกำหนดนโยบายค่าโดยสารในอัตรา 17-45 บาทต่อเที่ยวสำหรับรถไฟฟ้าทุกสาย

4.การรับทราบผลการประชุมของคณะกรรมการการจัดจัดการจราจรทางบก (คจร.) ที่เห็นชอบให้มีการโอนย้ายการบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีเขียว, รถไฟฟ้าสายสีทองของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และรถไฟฟ้าสายสีแดงของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รฟม. เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการเดินรถ

“ในการประชุมครม.สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถนำเข้าพิจารณาได้ เนื่องจากรอการตอบกลับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จก่อน คาดว่าจะนำกลับมาเสนอได้ภายในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมเตรียมปรับโมเดลใหม่ โดยใช้สูตรโครงสร้างราคา 17-45 บาทต่อเที่ยว จากเดิมที่มีนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ซึ่งโมเดลใหม่นี้จะครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง โดยตั้งเป้าหมายจะเริ่มใช้จริงอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2570” นายสิริพงศ์ กล่าว

ขณะเดียวกันหากครม.มีมติเห็นชอบกับแนวทางดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมจะมอบหมายให้หน่วยงานที่กำกับดูแลสัญญาตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ดำเนินการเจรจากับผู้รับสัมปทานแต่ละสัญญาเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดเก็บค่าแรกเข้าและการแบ่งรายได้ให้สอดคล้องกับอัตราราคาค่าโดยสารใหม่  

หลักการเก็บค่าโดยสาร 17-45 บาท

สำหรับหลักการของโครงสร้างการจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าอัตรา 17-45 บาท นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า โมเดลนี้เป็นตัวเลขที่ผ่านการศึกษาจากกรมการขนส่งทางราง (ขร.) มาอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เป็นภาระทางการคลังมากจนเกินไป โดยคาดว่ารัฐบาลจะต้องใช้เงินชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารรถไฟฟ้าประมาณปีละ 4,000 ล้านบาท ซึ่งใช้แหล่งเงินทุนจากกองทุนตั๋วร่วมหรือรายได้จากการดำเนินงานของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่มีสะสมอยู่ประมาณ 6,000 - 8,000 ล้านบาท

ส่วนรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ปัจจุบันได้ดำเนินมาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันแล้วนั้น จะสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 30 พฤศจิกายน นี้ จะยังคงได้รับสิทธิ์การใช้บริการในราคาเดิมและมีการกำหนดเพดานสูงสุดสำหรับการใช้บริการภายในระบบเดียวกันไว้ที่ไม่เกิน 40 บาทต่อวัน โดยในระหว่างที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวจะมีการต่ออายุมาตรการรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วง ออกไปก่อนอีก 1 ปี 

กำหนดเพดานสูงสุด 45 บาท

ทั้งนี้ในกรณีที่ประชาชนผู้ใช้บริการเดินทางข้ามสายจากรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วงไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่น เช่น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือรถไฟฟ้าสายสีเขียว จะถูกนำเข้าสู่ระบบการคำนวณราคาใหม่ที่เพดานสูงสุด 45 บาทต่อเที่ยวทันที โดยผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนถ่ายขบวนรถภายในระยะเวลา 30 นาที จะถือเป็นการเดินทางเที่ยวเดียวและมีการจัดเก็บค่าโดยสารรวมกันไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ซึ่งระบบจะคำนวณจากระยะทางที่เดินทางจริงและมีการอุดหนุนส่วนต่างราคาคืนให้กับประชาชนผ่านระบบบัตร EMV หรือบัญชีธนาคารโดยตรง ไม่เกิน 3 วันทำการ

“ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ละทิ้งเป้าหมายเดิม โดยเฉพาะแนวคิดรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน หรือตั๋วบุฟเฟต์ที่เคยมีการนำเสนอไว้ก่อนหน้านี้ แต่เราต้องการทำให้รถไฟฟ้าเป็นบริการสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้ในราคาถูก แม้ในปัจจุบันอาจจะยังทำไม่ได้ในทุกสาย เนื่องจากติดเงื่อนไขสัญญาสัมปทานเอกชน” นายสิริพงศ์ กล่าว

ยังไม่เจรจาซื้อคืนสัมปทาน

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลยังไม่มีการเจรจากับเอกชนเพื่อซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า เนื่องจากในปัจจุบันสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายหลัก โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะสิ้นสุดสัญญาลงในปี 2572 โดยทรัพย์สินทั้งหมดจะกลับมาเป็นของรัฐโดยสมบูรณ์ เมื่อถึงเวลานั้นรัฐบาลจะนำนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาททุกสีทุกสายมาพิจารณาอีกครั้ง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการซื้อคืนสัมปทานที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก