
ทีมไทยแลนด์เร่งเคลียร์สหรัฐฯ ปมมาตรา 301 ดันไทยพ้นภาษี 12.5% แรงงานบังคับ
ทีมไทยแลนด์ เร่งเจรจาสหรัฐฯ หลังผลไต่สวนมาตรา 301 ชี้ ไทยอาจถูกเรียกเก็บภาษี 12.5% ปมแรงงานบังคับ พร้อมเร่งปิดดีล ART ภายในเดือนมิถุนายน หวังขยับไทยสู่กลุ่มอัตราภาษีต่ำลง
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ จัดไทยอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจถูกเก็บภาษีเพิ่ม 12.5% ภายใต้มาตรา 301 เนื่องจากไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ
- ไทยต้องเร่งเจรจาเพื่อเพิ่มรายการสินค้าส่งออกในบัญชียกเว้นภาษี และยื่นคำชี้แจงต่อสหรัฐฯ ภายในกำหนดเส้นตายในเดือนกรกฎาคม
- ทีมเจรจาของไทยกำลังเร่งปิดดีลข้อตกลงการค้า (ART) กับสหรัฐฯ ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ซึ่งอาจช่วยให้ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่เสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศผลไต่สวนเบื้องต้นภายใต้มาตรา 301 กรณีแรงงานบังคับ หรือ Forced Labor โดยแบ่ง 60 เขตเศรษฐกิจออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีมาตรการเพียงพอ 14 เขตเศรษฐกิจ และกลุ่มที่ยังไม่มีข้อกำหนดหรือการบังคับใช้เพียงพอ 46 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มหลัง
จากผลเบื้องต้นทำให้ไทยอยู่ในกลุ่มที่อาจถูกเก็บภาษีเพิ่มเติม 12.5% ขณะที่ กลุ่ม 14 เขตเศรษฐกิจถูกกำหนดเพดานภาษีไว้ที่ 10% โดยประเด็นที่สหรัฐพิจารณาไม่ได้ติดใจเรื่องการดูแลแรงงานบังคับในไทย แต่เป็นเรื่องที่ไทยยังไม่มีกฎหมายหรือมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่มีการใช้แรงงานบังคับ
ทั้งนี้ ไทยต้องยื่นคำขอเข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็น หรือ Hearing ภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 และยื่นความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เพื่อชี้แจงเรื่องอัตราภาษี รายการสินค้าที่ควรเพิ่มหรือถอดออก และสินค้าที่ได้รับการยกเว้นใน Annex A ก่อนสหรัฐเปิดรับฟังความคิดเห็นวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 และคาดว่าจะประกาศผลขั้นสุดท้ายก่อนวันที่ 24 กรกฎาคม 2569
สำหรับสินค้าใน Annex A ที่ได้รับการยกเว้นมี 1,655 รายการ ครอบคลุมสินค้าเกษตรและอาหาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานและแร่ธาตุ และชิ้นส่วนอากาศยาน เช่น สับปะรด มะพร้าว แป้งมันสำปะหลัง สมาร์ทโฟน และแผ่นวงจร อย่างไรก็ตาม ไทยมีสินค้าส่งออกไปสหรัฐประมาณ 10,000 รายการ จึงต้องเร่งพิจารณาเสนอเพิ่มสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป สินค้าเกี่ยวกับรถยนต์บางกลุ่ม และสินค้ายางพาราให้เข้าอยู่ในรายการยกเว้นเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มภาษีต่ำกว่าไทยบางส่วน แม้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมสินค้านำเข้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับอย่างสมบูรณ์ แต่ได้ลงนามข้อตกลง ART กับสหรัฐแล้ว เช่น มาเลเซีย กัวเตมาลา บังกลาเทศ อาร์เจนตินา และไต้หวัน ขณะที่ประเทศที่มีกฎหมายแล้วมี 6 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา เอกวาดอร์ สหภาพยุโรป อินโดนีเซีย เม็กซิโก และปากีสถาน
ดังนั้น ไทยจึงต้องเร่งเจรจา ART กับสหรัฐให้จบภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ เพราะอาจช่วยให้ไทยขยับไปอยู่ในกลุ่มอัตราภาษีที่ต่ำลง แม้ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาษีได้ทั้งหมด โดยขณะนี้การเจรจายังมีประเด็นค้างอยู่ประมาณ 25 เรื่อง กระจายอยู่ในหลายกระทรวง และผู้แทนการค้าไทยมีกำหนดเดินทางไปสหรัฐวันที่ 5 มิถุนายน เพื่อเจรจาต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์
นอกจากนี้ ไทยยังต้องติดตามผลไต่สวนอีกประเด็นคือ Excess Capacity ซึ่งเกี่ยวข้องกับ 3 กลุ่มสินค้า ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ ยาง และเครื่องจักร โดยฝ่ายไทยชี้แจงต่อสหรัฐว่า ข้อมูลกำลังการผลิตของผู้ส่งออกหลักของไทยอยู่ที่ 70-95% ไม่ได้ต่ำกว่า 60% ตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมประสานกระทรวงอุตสาหกรรมปรับปรุงฐานข้อมูล MPI ให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ ยังไม่ปรับเป้าหมายส่งออกปีนี้ เนื่องจากตัวเลขส่งออกช่วงต้นปียังขยายตัวดีกว่าคาด โดยไตรมาสแรกเติบโตใกล้ 20% และเดือนเมษายนขยายตัวกว่า 20%





