
นายกฯ หวั่นตกขบวน 'ภาษีทรัมป์' สั่ง ศุภจี เร่งเจรจา หลังสหรัฐฯ ปิดดีลหลายประเทศ
นายกฯ สั่งพาณิชย์เร่งเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ หลังหลายประเทศปิดดีลแล้ว หวั่นไทยเสียโอกาสแข่งขันในตลาดโลก พร้อมเร่งสรุปข้อตกลงก่อนมาตรการภาษีปัจจุบันสิ้นสุด 24 ก.ค.นี้
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐฯ เนื่องจากกังวลว่าไทยจะเสียเปรียบหลังสหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับหลายประเทศแล้ว
- มอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ เป็นผู้นำในการเจรจา เพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วก่อนที่อัตราภาษีปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม
- เป้าหมายการเจรจาคือการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ โดยเฉพาะภาคการส่งออก เกษตรกร และผู้ประกอบการ ภายใต้ความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ (ART)
2 มิถุนายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐอเมริกาให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว
นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ขณะนี้สหรัฐฯ ได้สรุปข้อตกลงกับหลายประเทศแล้ว ทั้งในอาเซียน และประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ทำให้ไทยมีเวลาในการต่อรองไม่มากนัก จึงได้มอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการเจรจา ก่อนอัตราภาษีปัจจุบันจะสิ้นสุดลง ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงวันที่ 24 ก.ค. นี้
น.ส.รัชดา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเฉพาะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ภาคส่งออก ผู้ประกอบการ เกษตรกร และแรงงานไทยทั้งระบบ นายกรัฐมนตรีจึงกำชับให้ทำงานแบบเร่งรัด แต่ต้องรอบคอบ ยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก
สำหรับความคืบหน้าการดำเนินล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 นางศุภจีได้เป็นประธานการประชุมคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้าสหรัฐอเมริกา ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนการค้าไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 เพื่อขับเคลื่อนการเจรจามาตรการภาษีกับสหรัฐฯ และปกป้องสิทธิประโยชน์ของประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการไทย
โดยที่ประชุมได้กำหนดทิศทางการเจรจาประเด็นที่ยังติดขัดภายใต้ความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ หรือ ART โดยให้ทุกหน่วยงานร่วมกันหาทางออกและข้อเสนอที่สร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ และเร่งสรุปผลก่อนการประกาศผลไต่สวนตามมาตรา 301 ของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3–5 พ.ค. 2569 นางศุภจีได้หารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี โดยฝ่ายสหรัฐฯ แสดงท่าทีชัดว่าต้องการให้ไทยเร่งสรุป ART และเห็นถึงความจริงใจของไทยในการปรับสมดุลทางการค้า ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เจรจาต่อเนื่องทั้งระดับนโยบายและระดับเทคนิค
“รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ไทยเสียจังหวะในการค้าโลก นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยเร่งทำงาน เพื่อให้การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปที่รักษาผลประโยชน์ประเทศให้มากที่สุด” น.ส.รัชดา กล่าว





