
'ศุภจี' เคลียร์ปมมาตรา 301 แจงยิบไทยได้ดุล 30% เป็นทุนสหรัฐฯ
'ศุภจี' เผยความคืบหน้าเจรจาไทย-สหรัฐฯ เร่งเคลียร์ปมมาตรา 301-แจงยิบเหตุไทยได้ดุลการค้าเพิ่มชี้ 30% เป็นสินค้าสหรัฐฯที่ตั้งฐานผลิตในไทย แจง USTR เร่งปัญหาการสวมสิทธิส่งออก
KEY
POINTS
- ไทยชี้แจงสหรัฐฯ ประเด็นเกินดุลการค้าว่า สินค้าที่ส่งออกอย่างน้อย 30% ผลิตโดยบริษัทของสหรัฐฯ ที่เข้ามาลงทุนในไทย
- ทีมเจรจาไทยกำลังหารือกับสหรัฐฯ ในรายละเอียดของมาตรา 301 โดยมีประเด็นหลักคือเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินและแรงงานบังคับ
- ไทยยืนยันความโปร่งใสในกระบวนการส่งออกเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ และเร่งรัดการเจรจากรอบความตกลง TIFA ให้เสร็จสิ้น
12 พฤษภาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาความร่วมมือทางการค้า และการสอบสวนไทยมาตรา 301 ของสหรัฐว่า ขณะนี้ทีมงานฝ่ายไทยยังคงพำนักอยู่ที่สหรัฐฯ เพื่อหารือในรายละเอียดทางเทคนิคกับทางสหรัฐในประเด็นที่มีการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง
โดยประเด็นสำคัญที่ฝ่ายสหรัฐฯ ให้ความสนใจมี 2 เรื่องหลัก คือ เรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน และประเด็นแรงงานบังคับ ซึ่งฝ่ายไทยได้ส่งเอกสารคำชี้แจงในทุกประเด็นอย่างละเอียดไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีความเชื่อมั่นว่าข้อมูลที่นำเสนอไปนั้นมีความชัดเจนและครบถ้วน และทั้งสองฝ่ายยังคงยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะผลักดันการค้าให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองประเทศต่อไป
สำหรับประเด็นที่ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) แสดงความกังวลเรื่องการเกินดุลการค้าของประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมานั้น สินค้าที่ทำให้ไทยได้ดุลการค้าสหรัฐเพิ่มขึ้นนั้นอย่างน้อย 30% เป็นสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทของสหรัฐฯ เองที่เข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย และอีกกว่า 20% เป็นสินค้าจากผู้ประกอบการไทย
นอกจากนั้นได้มีการชี้แจงให้สหรัฐทราบถึงการป้องกันการสวมสิทธิส่งออก (Transshipment) หรือการนำสินค้าจากประเทศที่สามมาผ่านไทยเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐ โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนในการอธิบายข้อเท็จจริงทุกประการ เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสในกระบวนการส่งออกของไทย โดยเรื่องนี้ได้มีการเน้นย้ำเพื่อให้สหรัฐคลายความกังวล และมีความมั่นใจว่าประเทศไทยได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้เร่งรัดการเจรจาในส่วนของ กรอบความตกลงทางการค้าและการลงทุน” (Trade and Investment Framework Agreement) หรือ “TIFA” ซึ่งเป็นประเด็นที่ค้างคามาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน รัฐบาลไทยและสหรัฐพร้อมจะผลักดันเรื่องนี้ร่วมกัน
โดยตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินการในส่วนนี้ให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการเริ่มกระบวนการไต่สวนตามมาตรา 301 (Section 301) ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ ต่อไป






