
ไทยเจ้าภาพประชุม IMF- World Bank พร้อมโชว์โมเดล ‘พร้อมเพย์’ สู่สายตาโลก
คลังเผยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ ประชุม IMF- World Bank เน้นหารือ ‘การพัฒนาคน-การสร้างภูมิคุ้มกัน’ พร้อมโชว์โมเดล ‘พร้อมเพย์’ บทเวทีเศรษฐกิจโลก
KEY
POINTS
- ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี IMF และ World Bank ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 15,000-20,000 คน
- ไทยเตรียมนำเสนอความสำเร็จของระบบ "พร้อมเพย์" (PromptPay) ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินต้นทุนต่ำที่เข้าถึงประชาชนได้ง่าย ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่ IMF ให้ความสนใจ
- การประชุมนี้เป็นเวทีสำคัญที่ไทยจะได้นำเสนอศักยภาพทางเศรษฐกิจและพบปะหารือกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก
- หัวข้อหลักที่ไทยจะนำเสนอคือการเสริมสร้างศักยภาพคน (Empowering People) และการสร้างความยืดหยุ่นเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง (Building Resilience)
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group: WBG) หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคมนี้ ว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในทุกมิติ และตั้งเป้าแสดงศักยภาพของไทยในฐานะผู้นำเศรษฐกิจของอาเซียน
สำหรับการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางจากประเทศสมาชิก World Bank 191 ประเทศ และ IMF 189 ประเทศ แม้ว่าระดับผู้นำ (Governors) จะมีประมาณ 400 ท่าน แต่คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานรวมทั้งหมดประมาณ 15,000-20,000 คน เนื่องจากแต่ละประเทศจะมีทีมงานและมีกลุ่มธนาคารพาณิชย์รวมถึงกลุ่มประเทศต่างๆ ที่ใช้โอกาสนี้จัดการประชุมคู่ขนาน
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประชุมใหญ่ (Plenary) ซึ่งจะเป็นวันที่ตัวแทนทุกประเทศมารวมตัวกัน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ชูประเด็น "การพัฒนาคน-การสร้างภูมิคุ้มกัน"
ในส่วนของเนื้อหา ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพได้เตรียมเสนอประเด็นสำคัญ 2 เรื่องหลัก คือ Empowering People หรือการเสริมสร้างศักยภาพให้คน และ Building Resilience การสร้างความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังเตรียมนำเสนอความสำเร็จของระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มีต้นทุนต่ำและเข้าถึงประชาชนได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่ IMF ให้ความสนใจอย่างมาก
ทั้งนี้ ยังเตรียมนำเสนอนโยบายของรัฐ ในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยใช้ข้อมูลการค้าขายผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส มาเป็นหลักฐานในการทำ Statement ที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ร้านค้าเหล่านั้นสามารถขอสินเชื่อและสร้างเครดิตของตนเองในระบบสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับหัวข้อหลักของการประชุม
เวทีสำคัญ ชี้แจงสถานะเศรษฐกิจไทยต่อสายตาโลก
นายวินิจ กล่าวว่า เวทีการประชุม IMF และ World Bank นี้ไม่ได้เป็นเพียงการประชุมทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะใช้ในการพบปะและหารือกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ซึ่งถือเป็นกระบวนการต่อเนื่องจากการหารือครั้งล่าสุดในช่วงการประชุม Spring Meeting เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
“ในช่วงการประชุมเดือนตุลาคมนี้ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างๆ จะเดินทางมาเพื่อพูดคุยและประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจ ไม่ใช่เฉพาะกับประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นการประเมินสถานการณ์ของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่มารวมตัวกันในเวทีนี้ ซึ่งถือเป็นจังหวะสำคัญที่ไทยในฐานะเจ้าภาพจะได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความตั้งใจ ในการบริหารจัดการเศรษฐกิจและจุดยืนของประเทศ”
ยกระดับศูนย์การประชุมฯ สู่มาตรฐานสากล
ในด้านสถานที่ ไทยได้รับเกรด "A" ในการประเมินความพร้อมตามคู่มือของธนาคารโลกที่มีรายละเอียดกว่า 300 หน้า โดยมีการปรับโฉมพื้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ครั้งใหญ่ เช่น การสร้างห้องประชุมย่อยเพิ่ม 22 ห้อง รองรับ 50-750 คน การจัดเตรียมสำนักงานชั่วคราว (Small Office) สำหรับคุยงานขนาดเล็กถึง 750 ห้อง และจัดเตรียมโรงแรมอย่างเป็นทางการ (Official Hotels) 21 แห่ง ซึ่งขณะนี้มียอดจองหนาแน่น







