
'ไทยช่วยไทยพลัส' ลงทะเบียนใหม่ได้สิทธิแน่นอน 'คลัง' ย้ำ 30 ล้านสิทธิเพียงพอ
คลังเผย 'ไทยช่วยไทยพลัส' 30 ล้านสิทธิเพียงพอสำหรับทุกคน ย้ำผู้ลงทะเบียนรายใหม่ได้สิทธิแน่นอน ไม่ต้องกลัวสิทธิเต็มระหว่างรอตรวจสอบคุณสมบัติ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการเปิดลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" วันแรก พบประชาชนให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ยอดลงทะเบียนพุ่งสูงถึง 23.2 ล้านคนในช่วงบ่าย
ส่วนประเด็นที่ประชาชนกังวล โดยเฉพาะ "ผู้ลงทะเบียนรายใหม่" ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการของรัฐมาก่อน ซึ่งระบบจะแจ้งว่าต้องรอผลการตรวจสอบคุณสมบัติภายใน 3 วันนั้น นายลวรณ กล่าวยืนยันว่า สิทธิของผู้ที่ลงทะเบียนในกลุ่มนี้ได้ถูกนับรวมไปในยอดผู้ลงทะเบียนแล้วตั้งแต่นาทีที่สมัครสำเร็จ
“ไม่ต้องกังวลว่าสิทธิจะเต็มก่อนการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น หากผลการตรวจสอบผ่านเกณฑ์ ผู้สมัครจะได้รับสิทธิทันที แต่หากไม่ผ่าน สิทธิดังกล่าวจึงจะถูกนำกลับมาเปิดให้ผู้อื่นลงทะเบียนใหม่”
ยัน 30 ล้านสิทธิเพียงพอสำหรับทุกคน
ปลัดคลังชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องให้ประชาชนมากดลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิ แม้จะเป็นโครงการต่อเนื่อง เนื่องจากมีเงื่อนไขเรื่องการยินยอมให้ข้อมูล (Consent) ซึ่งเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายและเงื่อนไขของโครงการใหม่
ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าสิทธิที่วางไว้ 30 ล้านสิทธินั้น "เพียงพอสำหรับทุกคน" เนื่องจากเมื่อวิเคราะห์จากฐานประชากรไทยที่มีอายุเกิน 18 ปี ประมาณ 53 ล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว สิทธิที่เหลือจึงสอดคล้องกับจำนวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการจริง
ระบบรองรับมหาศาล-ยอดจองสิทธิพุ่ง 23 ล้าน
นายลวรณ กล่าวว่า จากการเปิดลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06:00 น. ที่ผ่านมา พบว่าใน 30 นาทีแรกมีผู้ลงทะเบียนสูงถึง 10 ล้านคน โดยกระทรวงการคลังได้เตรียมระบบรองรับธุรกรรมไว้ที่ 300,000 รายการต่อวินาที และสามารถขยาย (Scale up) ได้สูงสุดถึง 700,000 รายการต่อวินาที
ซึ่งได้มีการนำมาใช้จริงในช่วงเช้าเพื่อแก้ปัญหาการหน่วงของระบบ ทำให้ภาพรวมการลงทะเบียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ณ เวลา 14:00 น. มียอดผู้ลงทะเบียนสะสมแล้วกว่า 23.2 ล้านคน
เตือนร้านค้าเร่งยืนยันสิทธิ-ชู AI ช่วยบริหาร
นอกจากการลงทะเบียนของภาคประชาชนแล้ว ปลัดคลังยังฝากประชาสัมพันธ์ถึง ร้านค้าเดิม กว่า 1 ล้านราย ว่าจะต้องมากดรีเฟรชหรือยืนยันการเข้าร่วมโครงการอีกครั้งผ่านแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน"
โดยปัจจุบันมีร้านค้ามายืนยันแล้วประมาณ 400,000 ราย สำหรับโครงการรอบนี้ได้มีการอัปเกรดระบบโดยนำ เทคโนโลยี AI มาช่วยร้านค้าในการวิเคราะห์ข้อมูล ปรับปรุงต้นทุน และทำบัญชีอย่างง่าย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบจากธนาคารของรัฐในอนาคต







