thansettakij
thansettakij
เวียดนามเร่งเครื่องตลาดรถยนต์ EV แนะเอกชนไทยร่วมคว้าโอกาสร่วมมือ

เวียดนามเร่งเครื่องตลาดรถยนต์ EV แนะเอกชนไทยร่วมคว้าโอกาสร่วมมือ

26 พ.ค. 69 | 05:16 น.
อัปเดตล่าสุด :26 พ.ค. 69 | 10:05 น.

สคต.ฮานอย รายงานเวียดนามเดินหน้าสร้างอุตสาหกรรม EV ครบวงจร ดันผลิตแบตเตอรี่ในประเทศแตะ 90% เปิดโอกาสใหม่ผู้ประกอบการไทย แต่เพิ่มแรงกดดันธุรกิจรถยนต์สันดาปเดิมในอนาคต

KEY

POINTS

  • เวียดนามผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อยกระดับเทคโนโลยีและเสริมสร้างบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลก
  • ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในประเทศให้สูงถึง 80-90% เพื่อลดการพึ่งพาจากต่างประเทศและสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยี
  • มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีหลักด้วยตนเอง โดยเฉพาะแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถ EV เพื่อชิงความสามารถในการแข่งขัน

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม รายงานว่าเวียดนามได้มุ่งมั่นเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริมการผลิตและการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยี พัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเสริมสร้างบทบาทของประเทศในห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างยั่งยืนอีกด้วย

โดยการเพิ่มสัดส่วนการผลิตภายในประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยี ลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ และสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตสีเขียวของเวียดนามในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของในตลาดพลังงานโลกและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดจึงกลายเป็นวาระแห่งชาติที่มีความสำคัญ ทั้งในมิติของความมั่นคงด้านพลังงาน การแข่งขันทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ในปี 2568 เวียดนามได้จัดทำมาตรฐานและข้อกำหนดทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับสถานีชาร์จ อุปกรณ์ชาร์จ และแบตเตอรี่แล้วรวม 28 ฉบับ และคาดว่ากรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม EV อย่างเป็นระบบ

ขณะเดียวด้านการผลิต ภายในช่วงปลายปี 2568 รถยนต์ไฟฟ้าของ VinFast มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศประมาณ 60% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% หลังโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในจังหวัดฮาติ๋ง (Ha Tinh) เปิดดำเนินงานเต็มรูปแบบ สะท้อนถึงศักยภาพของเวียดนามในการพัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำและเทคโนโลยีหลักด้วยตนเอง

ปัจจุบัน เวียดนามสามารถพัฒนาและมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีสำคัญหลายด้านของยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่มีมูลค่าสูงที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้า

ส่วนโครงการลงทุนใหม่ต่างมุ่งเพิ่มสัดส่วนการผลิตเทคโนโลยีแบตเตอรี่ภายในประเทศให้แตะระดับ 80–90% ในอนาคต เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติแบบดั้งเดิมที่มีสัดส่วนการผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศเพียง 10–15% 

สคต. รายงานเพิ่มเติมว่า เวียดนามกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และพลังงานอย่างชัดเจน การผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า คือการวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ทั้งด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรม และความมั่นคงทางพลังงาน โดยพยายามพัฒนา เทคโนโลยีหลักด้วยตนเอง โดยเฉพาะแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม EV ในอนาคต 

โดยการกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนต้องเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการเวียดนามในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งถือเป็นแนวทางสร้างการถ่ายทอดเทคโนโลยีและยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการไทย 

ทั้งนี้ เนื่องจากการเติบโตของอุตสาหกรรม EV ในเวียดนามจะสร้างความต้องการชิ้นส่วน วัตถุดิบ เทคโนโลยี ระบบซอฟต์แวร์ โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมสนับสนุนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านชิ้นส่วนยานยนต์ พลาสติก ยาง แบตเตอรี่ อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติ มีโอกาสเข้าไปเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ของเวียดนามได้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน หากผู้ประกอบการไทยยังคงพึ่งพาอุตสาหกรรมรถยนต์สันดาปแบบเดิมเพียงอย่างเดียว อาจเผชิญแรงกดดันด้านการแข่งขันในระยะยาว เนื่องจากเวียดนามกำลังเร่งสร้างระบบนิเวศ EV อย่างครบวงจรและได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง 

ดังนั้น การติดตามนโยบาย EV ของเวียดนาม การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และการปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมครั้งใหญ่นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ