thansettakij
thansettakij
นายกฯ กางคิวเปิดเวทีพบเอกชนรอบ 2 คุย SME พร้อมตั้ง กรอ. ชุดใหม่ขับเคลื่อน

นายกฯ กางคิวเปิดเวทีพบเอกชนรอบ 2 คุย SME พร้อมตั้ง กรอ. ชุดใหม่ขับเคลื่อน

22 พ.ค. 69 | 01:15 น.
อัปเดตล่าสุด :22 พ.ค. 69 | 01:20 น.

นายกฯ อนุทิน เตรียมเปิดเวทีรับฟังปัญหาเอกชนรอบ 2 ต่อจากกลุ่มเจ้าสัว กางแผนคุย SME ด้านเอกนิติ ชงนายกฯ ลงนามตั้ง กรอ. ชุดใหม่ ดึงโมเดล Reinvent Thailand แก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ

22 พฤษภาคม 2569 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในเร็ว ๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เตรียมจัดเวทีรับฟังข้อเสนอจากตัวแทนภาคเอกชนในกลุ่มธุรกิจ และอุตสาหกรรมรายย่อย (SMEs) เพื่อรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะที่เอกชนต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ ซึ่งเป็นการหารือต่อเนื่องหลังจากรัฐบาลได้เชิญผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม เข้ามาหารือไปเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา

"นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดให้มีการจัดเวทีหารือระหว่างรัฐบาลและเอกชนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรูปแบบต่อไปจะเป็นการหารือกับตัวแทนเอกชนในแต่ละสาขาตาม 10 กลุ่มธุรกิจ และอุตสาหกรรม ที่ได้มีการแบ่งไว้ โกลุ่มธุรกิจ และอุตสาหกรรมรายย่อย หรือ SMEs" 

ขณะที่ความคืบหน้าของการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. ขณะนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ได้นำเสนอรูปแบบของคณะกรรมการ กรอ.ชุดใหม่เพื่อเป็นกลไกการทำงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างรัฐบาลและเอกชนให้นายกฯ พิจารณาแล้ว คาดว่าในเร็ว ๆ นี้ นายกฯ จะลงนามในคำสั่งการจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ จากนั้นจะกำหนดวันและเวลาในการประชุมนัดแรกต่อไป 

สำหรับคณะกรรมการ กรอ.ชุดใหม่ที่จะมีการจัดตั้งขึ้นในครั้งนี้จะเป็นคณะกรรมการที่ไม่ได้มีองค์ประกอบของคณะกรรมการจำนวนมากเหมือนคณะกรรมการระดับชาติชุดอื่นๆ แต่จะมีตัวแทนของหน่วยงานราชการที่มีความจำเป็นในการขับเคลื่อนข้อเสนอของภาคเอกชนไปสู่แนวทางปฏิบัติ มีนายกฯ เป็นประธาน มีรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมาย และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับตัวแทนภาคเอกชนที่มาจากคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ได้แก่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และสมาคมธนาคารไทย 

แหล่งข่าว ระบุว่า รูปแบบของคณะกรรมการจะมีการนำเอากลไกของคณะกรรมการการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนในโครงการ “Reinvent Thailand” ที่เคยมีการจัดทำไว้มาปรับปรุงและประยุกต์ใช้ เนื่องจากเป็นรูปแบบการทำงานที่จัดทำขึ้นในลักษณะแพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการเงิน และภาคเอกชน

มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจเติบโตช้า ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง และความเหลื่อมล้ำ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถนำรูปแบบมาใช้ในการขับเคลื่อนข้อเสนอของเอกชนให้เป็นรูปธรรม