
‘ดร.มานะ’ ตอกกลับหน่วยงานรัฐ แฉซ้ำ 4 ปมสินบน ย้ำอย่าเชื่อคำพูดผู้มีอำนาจ
“ดร.มานะ นิมิตรมงคล” สะท้อน 4 คำถามควันหลง ทุจริตสินบนหน่วยงานรัฐ ย้ำเตือนอย่าด่วนเชื่อคำชี้แจงผู้มีอำนาจ ก่อนเข้าร่วมประชุมบอร์ดใหญ่ยกระดับปราบโกงร่วมกับนายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล
KEY
POINTS
- ดร.มานะ ตั้ง 4 คำถามสะท้อนปมสินบนในหน่วยงานรัฐ ครอบคลุมสาเหตุที่คนยอมจ่าย, คำกล่าวอ้างของนักการเมือง, นโยบายไม่รับสินบน และช่องทางทุจริตของหน่วยงานที่ไม่มีอำนาจอนุมัติโดยตรง
- ชี้แจงเหตุผลหลัก 4 ประการที่ทำให้คนยอมจ่ายสินบน คือ เพื่อซื้อความสะดวก, กลบเกลื่อนความผิด, สร้างความได้เปรียบ และป้องกันการถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง
- โต้แย้งคำชี้แจงของหน่วยงานรัฐ โดยชี้ว่าสินบนเกิดได้ทั้งจากการเรียกรับของเจ้าหน้าที่และการหยิบยื่นของเอกชน และแม้หน่วยงานจะไม่มีอำนาจอนุมัติโดยตรง ก็สามารถใช้อำนาจการตรวจสอบเป็นช่องทางทุจริตได้
- สรุปและเตือนสังคมว่าอย่าเพิ่งเชื่อทุกคำพูดของผู้มีอำนาจในเรื่องคอร์รัปชัน เพราะอาจมีความจริงบางอย่างที่ไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อประชาชน
การขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐกำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด ล่าสุด ก่อนการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ - เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานร่วมกันนั้น
ทางด้าน ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้มีการเคลื่อนไหวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยสะท้อนมิติเชิงลึกผ่าน "4 คำถามควันหลง" ภายหลัง กกร. และภาคีเครือข่าย แถลงผลสำรวจเรื่อง 10 สินบนหน่วยงานรัฐ ไว้อย่างน่าสนใจและตรงไปตรงมา
4 ปมปัญหา "สินบน-คอร์รัปชัน" ที่สังคมต้องรู้เท่าทัน
คำถามที่ 1: สินบนเป็นเรื่องน่ารังเกียจ แต่ทำไมคนจึงยอมควักกระเป๋าจ่าย? แรงจูงใจที่ทำให้ภาคเอกชนหรือประชาชนยอมจ่ายสินบนให้แก่ข้าราชการและนักการเมือง มีรากเหง้ามาจาก 4 ประจัยหลัก
- ซื้อความสะดวก: เพื่อแซงคิว ลัดขั้นตอนทางราชการ หรือหลีกเลี่ยงการส่งเอกสารเพิ่มเติม
- ซื้อความผิดที่ตนทำไปแล้ว: เช่น กรณีการรุกล้ำที่ดินสาธารณะ หรือการเสียภาษีไม่ครบถ้วน
- ซื้อความได้เปรียบหรืออภิสิทธิ์: เพื่อสร้างผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม เช่น การล็อกสเปกในโครงการรัฐ
- ซื้อความคุ้มครอง: จ่ายเพื่อตัดความรำคาญและไม่ให้ถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง แม้ว่าตนเองจะมิได้กระทำความผิดใดๆ เลยก็ตาม (พบมากในกลุ่มธุรกิจสถานบันเทิง)
คำถามที่ 2: จริงไหมที่นักการเมืองอ้างว่า สินบนเกิดเพราะเอกชนหยิบยื่นให้เอง?
คำกล่าวอ้างนี้ถือเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว เนื่องจากในข้อเท็จจริง สินบนมีทั้งรูปแบบที่เจ้าหน้าที่รัฐเป็นฝ่ายเรียกรับหรือกดดันให้ต้องจ่าย และรูปแบบที่เอกชนยอมหยิบยื่นให้เองด้วยความตั้งใจ หรือเพราะรับรู้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่า "ต้องจ่ายเท่าไหร่" อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเรียกรับหรือเป็นฝ่ายยัดใส่มือ หากมีการรับเงินบาปดังกล่าวไปแล้ว ย่อมถือว่ามีความผิดตามกฎหมายด้วยกันทั้งสิ้น
คำถามที่ 3: หลายหน่วยงานแจง "ไม่มีนโยบายเรียกรับสินบน" เชื่อได้แค่ไหน?
ในทางนิตินัยไม่มีหน่วยงานใดกล้ากำหนดนโยบายที่ผิดกฎหมายเช่นนี้ แต่ในทางปฏิบัติ สินบนมักแฝงตัวอยู่ภายใต้ "วิถีปฏิบัติและธรรมเนียม" ขององค์กร เมื่อใดก็ตามที่เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจล้นมือ มีการใช้ดุลยพินิจสูง ขาดการตรวจสอบที่รัดกุม และมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย ปัจจัยเหล่านี้จะกลายเป็นช่องว่างให้คนทุจริตลงมือโกงโดยปราศจากความเกรงกลัว
คำถามที่ 4: กรมควบคุมมลพิษไม่มีอำนาจอนุมัติ/อนุญาต จะเรียกรับสินบนได้อย่างไร?
นี่คืออีกหนึ่งกรณีสะท้อนความจริงเพียงครึ่งเดียว แม้หน่วยงานดังกล่าวจะไม่มีอำนาจออกใบอนุญาตโดยตรง แต่กฎหมายให้อำนาจในการตรวจวัดและประเมินมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ทั้งน้ำทิ้ง อากาศเสีย ของเสียอันตราย PM 2.5 รวมถึงมลพิษทางเสียงและกลิ่น ของสถานประกอบการ โรงงาน หรือโรงแรม
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อขั้นตอนการเข้าพื้นที่เพื่อเก็บตัวอย่างและการจัดทำ "รายงานผลการวิเคราะห์" สามารถให้คุณให้โทษแก่เอกชนได้ เพราะรายงานนี้จะถูกส่งต่อไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงหรือปกปิดความผิด ผู้ประกอบการบางรายจึงเลือกที่จะจ่ายสินบน
บทสรุปจากทั้ง 4 ข้อนี้ ดร.มานะ ได้ทิ้งท้ายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสังคมไทยไว้อย่างมีนัยสำคัญว่า “เรื่องคอร์รัปชัน... อย่าเพิ่งเชื่อทุกคำพูดของผู้มีอำนาจ เพราะอาจมีความจริงบางอย่างที่เขาไม่บอกประชาชนก็ได้”







