
‘BOI’ ดันไทยฮับอุตสาหกรรมใหม่ รับลงทุนทะลุ 1 ล้านล้านไตรมาสแรก
บีโอไอเดินหน้าดันไทยศูนย์กลางอุตสาหกรรมใหม่ รับลงทุนทะลุ 1 ล้านล้านบาทไตรมาสแรก เร่งทรานส์ฟอร์มสู้เกม AI-พลังงานสะอาด-ภูมิรัฐศาสตร์
KEY
POINTS
- บีโอไอเผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนไตรมาสแรกพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 1 ล้านล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- ตั้งเป้าผลักดันไทยสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมใหม่ โดยมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สอดรับกับทิศทางโลก เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และเทคโนโลยีดิจิทัล
- ใช้เวทีอย่างงาน SUBCON Thailand เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานโลกยุคใหม่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในการเป็นประธานเปิดงาน SUBCON Thailand 2026 ว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกันหลายด้าน ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคงปลอดภัย มาตรฐานสิ่งแวดล้อม วิกฤตพลังงาน และการมาถึงของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการผลิต และการแข่งขันของอุตสาหกรรมทั้งระบบ โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการ
ซึ่งงาน SUBCON Thailand จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยภาคอุตสาหกรรมไทยเปลี่ยนโอกาสดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้จริง โดยเป็นเวทีที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้พบผู้ซื้อระดับโลก ได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่และมาตรฐานใหม่ และได้ยกระดับตัวเองจากผู้ผลิตชิ้นส่วนตามคำสั่งซื้อ ไปสู่ผู้ร่วมสร้างโซลูชันให้กับอุตสาหกรรม และพันธมิตรของบริษัทระดับโลกในอนาคต
ไทยมีศักยภาพสูง-โครงสร้างพื้นฐานพร้อม
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีศักยภาพสูงจากฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีประสบการณ์ โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม และทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ สะท้อนผ่านมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับบีโอไอ ในปี 2568 กว่า 1.8 ล้านล้านบาท และไตรมาสแรกของปี 2569 กว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แต่โจทย์ที่สำคัญคือ การขับเคลื่อนประเทศไทยให้สอดคล้องกับทิศทางโลกเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ โดยการส่งเสริมลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอ รวมถึงการใช้พลังงานสะอาด การสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการ ครอบคลุมผู้ประกอบการทุกระดับ รวมถึงการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภาคธุรกิจ
อย่างไรก็ดี หลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเพื่อให้สามารถได้รับประโยชน์จากโอกาสในบริบทโลกยุคใหม่ คือหลัก 5T ประกอบด้วย
- Target การมุ่งเป้าใช้ทรัพยากรให้ตรงจุด
- Transition การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจใหม่
- Transform การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจให้การเติบโตถึง SMEs ชุมชน และแรงงาน
- Transparency โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน
- Together การรวมพลังรัฐ เอกชน ประชาชน และผู้ประกอบการ
เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) กล่าวว่า งานดังกล่าวจะช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก โดยงานในปีนี้สะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขั้นสูง ความยั่งยืน และการกระจายความเสี่ยงด้านการผลิตมากขึ้น รวมทั้งการสร้างห่วงโซ่อุปทานรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เครื่องมือแพทย์ และอากาศยาน เป็นต้น
“วันนี้โลกกำลังอยู่ในช่วงเวลาของการปรับห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่ และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในภูมิภาคที่จะรับโอกาสนี้ เพราะเรามีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร ฐานอุตสาหกรรมที่สั่งสมมากว่า 50 ปี และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีคุณภาพสูง สิ่งที่บีโอไอให้ความสำคัญ คือการสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเชื่อมโยงกลุ่มผู้ประกอบการไทยกับบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เข้ามาลงทุน ในประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การรับช่วงการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ในอนาคต”
เชื่อมผู้ประกอบการกับเทคโนโลยี
นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า งาน SUBCON Thailand ถือเป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมและการจับคู่ทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของอาเซียน งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้าทั่วไป แต่คือ Business & Technology Platform ที่เชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ระบบอัตโนมัติ AI และโซลูชันสีเขียวที่ตอบโจทย์ Supply Chain ยุคใหม่ได้ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด Sourcing Innovation, Shaping Tomorrow เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก







