
BOI ดันไทยฮับซัพพลายเชนอาเซียน ดึงนักลงทุนทั่วโลกปั้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้าน
BOI ดันไทยฮับซัพพลายเชนอาเซียน ดึงนักลงทุนทั่วโลกปั้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้าน เร่งสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ EV-เซมิคอนดักเตอร์-หุ่นยนต์
KEY
POINTS
- บีโอไอ (BOI) ผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางซัพพลายเชนของอาเซียน ผ่านการจัดงาน SUBCON Thailand 2026 ซึ่งเป็นเวทีแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค
- ตั้งเป้าดึงดูดผู้ซื้อและนักลงทุนจากทั่วโลกกว่า 90 บริษัท เพื่อสร้างการจับคู่เจรจาธุรกิจกว่า 9,000 คู่ คาดว่าจะเกิดมูลค่าซื้อขายในอนาคตกว่า 20,000 ล้านบาท
- มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และอากาศยาน เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของบริษัทชั้นนำระดับโลก
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เปิดเผยว่า บีโอไอได้ดำเนินการยกระดับศักยภาพและความแข็งแกร่งของ Supply Chain ในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย
รวมถึงเชื่อมโยงผู้ผลิตไทยให้เข้าถึงห่วงโซ่อุปทานของบริษัทระดับโลกในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เครื่องจักรกล ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เครื่องมือแพทย์ และอากาศยาน เพื่อร่วมกันผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการจัดซื้อและรับช่วงการผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียน
โดยเป็นการดำเนินการร่วมกับสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และบริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผ่าน SUBCON Thailand 2026 ซึ่งเป็นการนำเสนอชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้แนวคิด Sourcing Innovation Shaping Tomorrow โดยล่าสุดมีผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมออกบูธ 239 บริษัท ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ 154 บริษัท
“คาดว่าจะมีผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศกว่า 90 บริษัท จาก 14 ประเทศทั่วโลก เช่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และเวียดนาม เข้าร่วมกิจกรรมเชื่อมโยงและจับคู่ธุรกิจ โดยตั้งเป้าหมายการจับคู่เจรจาธุรกิจกว่า 9,000 คู่ คาดว่าจะมีมูลค่าซื้อขายชิ้นส่วนในอนาคตกว่า 20,000 ล้านบาท”
นอกจากนี้ จะมีการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Innovation Showcase) เพื่อสะท้อนศักยภาพการผลิตของไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ภายใต้แนวคิด Smart & Green Technology ซึ่งนำเสนอเทคโนโลยีขั้นสูงจากหน่วยงานชั้นนำ เช่น ระบบ Smart Energy Management Platform จากบริษัท PTT Digital ซึ่งผสานเทคโนโลยี IoT, AI และ Energy Analytics เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยคาร์บอน รวมถึงการนำเสนอ Sensor Device จากหน่วยงานภายใต้ สวทช. ที่ช่วยเก็บรวบรวมข้อมูลและควบคุมระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรมได้
นอกจากนี้ จะมีการจัดสัมมนาเพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยรวม 17 หัวข้อ ครอบคลุมประเด็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ของประเทศ การเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทย การขยายการลงทุนในต่างประเทศ การเข้าถึงแหล่งทุนในยุคดิจิทัล รวมถึงการอัปเดตมาตรการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ
“ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ชิ้นส่วนอากาศยาน ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ งาน SUBCON Thailand จึงเป็นเวทีสำคัญที่จะพาผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าใกล้ผู้ซื้อระดับโลกมากขึ้น ได้เห็นความต้องการของตลาดจริง และยกระดับไปสู่การเป็นพันธมิตรในซัพพลายเชนของบริษัทชั้นนำระดับโลก”
นายนฤตม์ กล่าวต่อไปอีกว่า งานดังกล่าวจะจัดวันที่ 13 – 16 พ.ค. 69 เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงเครือข่ายกับผู้ซื้อระดับโลก และยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยสู่มาตรฐานสากล รวมถึงต่อยอดสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต







