thansettakij
thansettakij
'ศุภจี' ยกทีมไทยแลนด์ บุกสหรัฐฯ ลุยดีลการค้า-ดึงลงทุน

'ศุภจี' ยกทีมไทยแลนด์ บุกสหรัฐฯ ลุยดีลการค้า-ดึงลงทุน

07 พ.ค. 69 | 08:57 น.
อัปเดตล่าสุด :07 พ.ค. 69 | 09:32 น.

ศุภจี นำทัพ"ทีมไทยแลนด์+" เยือนสหรัฐฯ เข้าร่วม SelectUSA 2026 พร้อมหารือภาครัฐ–เอกชนสหรัฐฯ เดินหน้าขยายการค้าและการลงทุนไทย–สหรัฐฯ

KEY

POINTS

  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นำ "ทีมไทยแลนด์+" เข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 ณ สหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน
  • การเยือนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ ในสาขาที่มีศักยภาพ เช่น พลังงานและเทคโนโลยี และเชิญชวนภาคธุรกิจสหรัฐฯ ให้เข้ามาลงทุนในไทย
  • ได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนสำคัญของสหรัฐฯ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และเน้นย้ำบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญในภูมิภาค

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ร่วมกับ”ทีมไทยแลนด์+“ ในระหว่างวันที่ 4 – 5 พฤษภาคม 2569 ว่า การเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย 

โดยได้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญและหารือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของสหรัฐฯ อย่างรอบด้าน ทั้งนี้ การเยือนดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน โดยไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับทุกภาคส่วนของสหรัฐฯ เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

ร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026

นางศุภจี กล่าวว่า ได้เข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 ร่วมกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะ “ทีมไทยแลนด์+” พร้อมนักธุรกิจชั้นนำของไทยเพื่อเปิดโอกาสและส่งเสริมการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ

โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ สาขาพลังงาน เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนไทยต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และบทบาทของไทยในฐานะหุ้นส่วนการลงทุนสำคัญของสหรัฐฯ

ภายในงาน นางศุภจียังได้หารือกับผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและฝ่ายสหรัฐฯ แสดงความพร้อมในการอำนวยความสะดวกการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ อีกทั้งยังได้พบหารือกับผู้แทนภาคเอกชนจากหลายมลรัฐของสหรัฐฯ อาทิ Texas และ Utah ซึ่งเป็นแหล่งศักยภาพในการลงทุนด้านพลังงาน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยต่างแสดงความพร้อมในการรองรับการลงทุนจากไทยในระยะต่อไป

 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

นางศุภจี กล่าวว่า ภาคเอกชนชั้นนำของไทยที่เข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 อาทิ กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี อาหาร และอิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนถึงแผนการขยายการลงทุนของไทยในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันการลงทุนจากไทยในสหรัฐฯ มีมูลค่ากว่ากว่า 1.7 หมื่นล้านเหรียญ และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การเข้าร่วมงานดังกล่าวยังช่วยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยได้เชื่อมโยงกับพันธมิตรทางธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯ เพื่อขยายความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานและอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต

หารือกับสภาธุรกิจอาเซียน – สหรัฐฯ

ภายหลังการเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 นางศุภจี ยังได้หารือกับสภาธุรกิจอาเซียน – สหรัฐฯ หรือ U.S. – ASEAN Business Council (USABC) โดยได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ต่อผู้นำภาคธุรกิจบริษัทเอกชนของสหรัฐฯ เชิญชวนเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งเน้นย้ำถึงนโยบายเศรษฐกิจของไทยในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่อนาคต ตลอดจนการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นสาขาที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยกับสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ภาคเอกชนสหรัฐฯ ได้แสดงความสนใจในการขยายความร่วมมือและการลงทุนในไทยเพิ่มเติมในสาขาที่ไทยและสหรัฐฯ มีศักยภาพและพร้อมส่งเสริมซึ่งกันและกัน อาทิ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร การท่องเที่ยวและโรงแรม ตลอดจนการเป็นหุ้นส่วนที่จะสนับสนุนความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทาน และการผลิตร่วมในภูมิภาค 

 

'ศุภจี' ยกทีมไทยแลนด์ บุกสหรัฐฯ ลุยดีลการค้า-ดึงลงทุน

 

รวมถึงการใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนและเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอาเซียน ภาคเอกชนสหรัฐฯ 

โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำ อาทิ กลุ่มเทคโนโลยี การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมการผลิต ได้แสดงความสนใจต่อทิศทางนโยบายของไทย โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกในการลงทุน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสนับสนุน SMEs ให้เข้าถึงตลาดและเทคโนโลยี โดยนางศุภจีได้ชี้แจงถึงการดำเนินการสำคัญของรัฐบาล อาทิ การปรับปรุงกฎระเบียบภายในประเทศ การพัฒนาโครงการ skill bridge และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความสะดวกและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ

นางศุภจี เสริมว่า ตนยังได้ใช้โอกาสดังกล่าวแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกกับภาคเอกชนสหรัฐฯ พร้อมตอบข้อซักถามในประเด็นสำคัญ อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่มีมูลค่าสูงตามนโยบาย “value over volume” ซึ่งช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของไทย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐฯ ต่อศักยภาพของไทยในฐานะแหล่งลงทุนที่มีความพร้อมและมีทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจน

หารือกับสภาหอการค้าสหรัฐฯ

นอกจากนี้ นางศุภจียังได้หารือกับสภาหอการค้าสหรัฐฯ หรือ U.S. Chamber of Commerce (USCC) โดยนางศุภจี กล่าวว่า ตนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการค้าและการลงทุนของไทย รวมถึงพัฒนาการของการใช้มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยและสหรัฐฯ

ทั้งนี้ นางศุภจี ได้ให้ความเชื่อมั่นกับภาคเอกชนสหรัฐฯ เกี่ยวกับบทบาทเชิงรุกที่ไทยจะเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนให้คืบหน้าและมีข้อสรุปได้โดยเร็ว รวมถึงทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่สมดุลและสอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ

 

'ศุภจี' ยกทีมไทยแลนด์ บุกสหรัฐฯ ลุยดีลการค้า-ดึงลงทุน

 

นางศุภจี เสริมว่า ภาคเอกชนสหรัฐฯ ยังเห็นว่า ไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ดิจิทัล และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะเป็นสาขาสำคัญในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐฯ ในระยะต่อไป

นางศุภจี กล่าวทิ้งท้ายว่า การหารือดังกล่าวมีบรรยากาศที่ดี โดยภาคเอกชนสหรัฐฯ ตระหนักถึงความสำคัญของไทยในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐและสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาลไทย และเห็นว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–สหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต

มูลค่าการค้าไทย-สหรัฐฯ

สำหรับในปี 2568 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย ด้วยมูลค่าการค้ารวมกว่า 93,651.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าการส่งออกจากไทยไปยังสหรัฐฯ สูงถึง 72,506.39 ล้านดอลลาร์ ซึ่งครอบคลุมสินค้าสำคัญอย่างคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณี รถยนต์ และเครื่องปรับอากาศ 

ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 21,144.98 ล้านดอลลาร์ เช่น น้ำมันดิบ เครื่องจักรกล เครื่องบินและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรไฟฟ้า โดยไทยได้ดุลการค้า มูลค่า 51,361.41 ล้านดอลลาร์