
ผู้ปกครองกระอัก! เปิดเทอมปี 69 ค่าใช้จ่ายพุ่งสูงสุดในรอบ 13 ปี สะพัด 6.6 หมื่นล้าน
หอการค้าไทยเผยเปิดเทอมปี69 ค่าใช้จ่ายพุ่ง6.6หมื่นล้าน โต6% สูงสุดในรอบ13ปี ผู้ปกครองอ่วม ราคาสินค้า-ค่าเดินทางแพง 27% เงินไม่พอต้องกู้
KEY
POINTS
- ค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่าสะพัดถึง 6.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 13 ปี
- ผู้ปกครองส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเพื่อการศึกษาที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะชุดนักเรียน รองเท้า และค่าเดินทางที่แพงขึ้นจากราคาน้ำมัน
- ผู้ปกครองกว่า 27% มีเงินไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการกู้เงินในระบบเป็นหลัก ซึ่งเป็นการสร้างภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุ รกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมปีนี้ พบว่า มูลค่าการใช้จ่ายในภาพรวมพุ่งสูงถึง 66,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 6% ซึ่งถือเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 13 ปี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในสภาวะชะลอตัว โดยมีการปรับลดเป้าหมายการขยายตัวของ GDP ลงมาอยู่ที่ระดับ 1.6%
ทั้งนี้ ผู้ปกครองส่วนใหญ่มองว่าราคาราคาสินค้าเกี่ยวกับการศึกษามีการปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะชุดนักเรียน (50.4%) รองเท้าและถุงเท้า (52.4%) และหนังสือเรียน (42.6%)
นอกจากนี้ ปัจจัยด้านราคาน้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูงมีส่วนกดดันค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนักเรียนอย่างมาก โดยผู้ปกครองกว่า 80% ระบุว่าได้รับผลกระทบทำให้ค่าเดินทางแพงขึ้น
นายธนวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการประเมินค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของผู้ปกครองในภาพรวมอยู่ที่ประมาณ 29,000 บาทต่อครัวเรือน โดยมีรายการหลักที่ต้องจ่ายคือ ค่าเทอมเฉลี่ย 23,000 บาท (โดยกลุ่มห้องเรียนพิเศษและโรงเรียนนานาชาติมีภาระพุ่งสูงกว่าโรงเรียนปกติ 3-5 เท่า)
- ค่าแป๊ะเจี๊ยะ เฉลี่ย 22,000 บาท (สำหรับผู้ที่ต้องเปลี่ยนสถานศึกษา)
- ค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน ซึ่งผู้ปกครองยังคงจำเป็นต้องซื้อใหม่แม้จะมีมาตรการตรึงราคาจากรัฐบาล
นอกจากนี้ ภาวะหนี้และการปรับตัวของผู้ปกครอง มีความน่ากังวลอยู่ที่ 27% ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่ามีเงินไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม วิธีการแก้ปัญหาหลักในปีนี้เปลี่ยนจากการจำนำทรัพย์สินมาเป็นการกู้เงินในระบบเป็นอันดับหนึ่ง 26% ตามมาด้วยการจำนำทรัพย์สิน การยืมญาติพี่น้อง และการใช้บัตรกดเงินสด ซึ่งส่งผลให้ผู้ปกครองต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองยอมปรับพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญเพื่อประคองการศึกษาของบุตรหลาน ได้แก่ การลดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและการพักผ่อน 36.4%
- ลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว เสื้อผ้า และความบันเทิง 26.9%
- ลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารและของกินในบ้าน 20.9%
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้ปกครองถึง 24.9% ที่มองว่ามีความจำเป็นต้องหาอาชีพเสริมเพื่อนำรายได้มาจุนเจือค่าใช้จ่ายส่วนนี้
ทั้งนี้ นอกจากปัญหาด้านการเงิน ผู้ปกครองยังแสดงความกังวลอย่างมากต่อคุณภาพการศึกษาไทย โดยพบว่าคะแนนวัดผล PISA ของไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD และตามหลังหลายประเทศในอาเซียน โดย 61% กังวลว่าบุตรหลานจะไม่มีงานทำในอนาคต รวมถึงกังวลเรื่องความรุนแรงและการบูลลี่ในโรงเรียน
สำหรับข้อเสนอแนะที่ผู้ปกครองต้องการให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือ ได้แก่ การลดหย่อนภาษีด้านการศึกษา (36.9%) การมีเงินสนับสนุนโดยตรง (34.5%) และการอุดหนุนค่าเดินทางให้นักเรียน (21.9%) รวมถึงการควบคุมราคาสินค้าไม่ให้สูงจนเกินไป







