thansettakij
thansettakij
นายกฯ ดัน ‘แลนด์บริดจ์’ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานบอร์ดศึกษาใหม่

นายกฯ ดัน ‘แลนด์บริดจ์’ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานบอร์ดศึกษาใหม่

04 พ.ค. 69 | 11:58 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ค. 69 | 12:03 น.

‘อนุทิน’ นายกฯ พร้อมเดินหน้า ‘แลนด์บริดจ์’ ตั้ง‘เอกนิติ’ นั่งประธานบอร์ดศึกษาใหม่ 90 วัน ปรับยุทธศาสตร์รับโลกผันผวน

รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนโครงการ “แลนด์บริดจ์” (Land Bridge) อย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษารายละเอียดโครงการใหม่อีกครั้ง เพื่อทบทวนความเหมาะสมให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกำหนดกรอบเวลาศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน

โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธาน ทำหน้าที่พิจารณาในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน โลจิสติกส์ ความมั่นคง และผลกระทบในภาพรวม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่รอบด้านก่อนเดินหน้าโครงการในระยะถัดไป

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า การศึกษาครั้งนี้จะไม่พิจารณาเฉพาะผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่จะครอบคลุมถึงบริบทโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของเส้นทางการค้าโลก รวมถึงปัจจัยด้านพลังงาน ซึ่งล้วนส่งผลต่อความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ของโครงการในระยะยาว

ขณะที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการทบทวน “สมมติฐานเดิม” ของโครงการ เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันมีความผันผวนสูง ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ และแนวโน้มการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นหนึ่งในเมกะโปรเจกต์ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ และยกระดับไทยให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค

ในเชิงเศรษฐกิจ รัฐบาลประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารสดที่ต้องอาศัยความรวดเร็วในการขนส่ง รวมถึงสร้างโอกาสดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และกระตุ้นการจ้างงานในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม แม้โครงการจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ แต่ยังมีข้อกังวลในบางประเด็น ทั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน และจะมีการสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสเพื่อสร้างความเข้าใจในทุกภาคส่วน