thansettakij
thansettakij
‘เอกนิติ’ จ่อออก ‘TFFIF’ เฟสใหม่ ระดมทุน 1 แสนล้าน ปรับโครงสร้างพลังงาน

‘เอกนิติ’ จ่อออก ‘TFFIF’ เฟสใหม่ ระดมทุน 1 แสนล้าน ปรับโครงสร้างพลังงาน

04 พ.ค. 69 | 08:30 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ค. 69 | 08:39 น.

รัฐปลุกลงทุน เตรียมลุย ‘Thailand Future Fund’ เฟสใหม่ หวังระดมทุน 1 แสนล้านบาท ปั้นโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด-คมนาคม

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางส่งเสริมการลงทุนของประเทศ โดยหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการออก กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) หรือ Thailand Future Fund เฟสใหม่ ซึ่งจะนำรายได้ในอนาคตของโครงการมาใช้เป็นหลักประกันในการระดมทุน

สำหรับทิศทางการลงทุน จะมุ่งเน้นโครงการที่สอดรับกับเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะพลังงานสะอาดและการประหยัดพลังงาน เช่น โครงการโซลาร์ลอยน้ำ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่ช่วยลดการใช้พลังงาน

ทั้งนี้ โครงการที่จะนำเข้ากองทุนต้องมีความพร้อม ผ่านการศึกษาความเป็นไปได้แล้ว และมีผลตอบแทนที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันที โดยคาดว่าจะเปิดขายหน่วยลงทุนได้ภายในปีนี้ ระดมทุนระดับ 1 แสนล้านบาท

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเคยจัดตั้งกองทุนลักษณะดังกล่าวมาแล้วในปี 2561 วงเงิน 44,700 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนในโครงการทางพิเศษสำคัญ เช่น สายพระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก และโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตพลังงาน แต่กระทรวงการคลังยังคงเดินหน้าผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตเต็มศักยภาพ

โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนของประเทศให้แตะ 30% ของ GDP ผ่านการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล ควบคู่กับการรักษาวินัยการคลัง และพร้อมใช้นโยบายผ่อนคลายเพิ่มเติมหากจำเป็น

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมปรับเพิ่มคาดการณ์การลงทุนในปีนี้ โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐ จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว 1.7% เป็นขยายตัว 1.7% หลังประเมินว่าการจัดทำงบประมาณปี 2570 จะแล้วเสร็จตามกำหนด ส่งผลให้การเบิกจ่ายงบลงทุนเป็นไปตามแผน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเดินหน้าอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนลงทุนมากขึ้น ทั้งการส่งเสริมผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และการผลักดันโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) เพื่อเร่งให้การลงทุนเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ด้านนายเอกนิติ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งไม่ก่อให้เกิดภาระทางการคลัง ผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตแห่งประเทศไทย ซึ่งได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว โดยจะเน้นระดมทุนสำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือพลังงานสะอาด

เนื่องจากเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะระดับการลงทุนที่ยังต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพ จึงต้องยกระดับการลงทุน ให้เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์ชาติ ในการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ การพัฒนาทุนมนุษย์ และการปรับปรุงกฎระเบียบ ตลอดจนการเร่งลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียวและดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว