thansettakij
thansettakij
ธนาคารโลกหั่นเศรษฐกิจเอเชียปี 69 เหลือโต 4.2% ไทยเสี่ยงต้นทุนน้ำมันแพง

ธนาคารโลกหั่นเศรษฐกิจเอเชียปี 69 เหลือโต 4.2% ไทยเสี่ยงต้นทุนน้ำมันแพง

04 พ.ค. 69 | 07:42 น.
อัปเดตล่าสุด :04 พ.ค. 69 | 08:02 น.

ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกปี 2569 เหลือขยายตัว 4.2% จาก 5% เหตุจีนชะลอ-ราคาพลังงานพุ่ง ไทยถูกจับตาเป็นประเทศเปราะบาง เสี่ยงเงินเฟ้อและต้นทุนผลิตเร่งตัว

KEY

POINTS

  • ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกปี 2569 เหลือเติบโตเพียง 4.2% จากผลกระทบของเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวและราคาพลังงานโลกที่สูงขึ้น
  • ไทยถูกจัดเป็นหนึ่งในประเทศที่เปราะบางและได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงมากที่สุดในภูมิภาค เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูงถึง 7% ของ GDP
  • ต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต การขนส่ง และค่าครองชีพของครัวเรือนในไทย ทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น

ธนาคารโลกเปิดเผยรายงาน East Asia & Pacific Economic Update เดือนเมษายน 2569 โดยประเมินว่าเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAP) ปี 2569 จะขยายตัวเพียง 4.2% ลดลงจาก 5% ในปี 2568 ก่อนจะฟื้นเล็กน้อยเป็น 4.4% ในปี 2570 ท่ามกลางแรงกดดันจากการชะลอตัวของจีน ราคาพลังงานโลกที่เร่งตัว และความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าโลก

รายงานระบุว่า จีนซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดของภูมิภาคจะเติบโตลดลงจาก 5% เหลือ 4.2% ในปีนี้ จากกำลังซื้อในประเทศที่ยังอ่อนแรง ภาคอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวช้า และอุปสงค์จากต่างประเทศชะลอลง

ขณะที่ประเทศอื่นในภูมิภาคไม่รวมจีนจะชะลอตัวจาก 4.9% เหลือ 4.1% สะท้อนผลกระทบจากต้นทุนพลังงานนำเข้าที่สูงขึ้นและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังเปราะบาง

ไทยติดกลุ่มเปราะบาง รับแรงกระแทกน้ำมันแพงเต็มตัว

ธนาคารโลกชี้ว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะราคาพลังงานโลกพุ่งสูงมากที่สุดในภูมิภาค เนื่องจากไทยมีการนำเข้าน้ำมันและก๊าซสุทธิคิดเป็นประมาณ 7% ของ GDP ทำให้ต้นทุนภาคการผลิต ภาคขนส่ง และค่าครองชีพภาคครัวเรือนเผชิญแรงกดดันพร้อมกัน

ธนาคารโลกหั่นเศรษฐกิจเอเชียปี 69 เหลือโต 4.2% ไทยเสี่ยงต้นทุนน้ำมันแพง

รายงานประเมินว่า หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้น 30% หรือประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (650 บาท) จะทำให้อัตราเงินเฟ้อของไทยเร่งขึ้นอีก 0.67 จุดเปอร์เซ็นต์ภายใน 6 เดือน ซึ่งเป็นระดับผลกระทบสูงสุดกลุ่มหนึ่งของเอเชียตะวันออก ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมจะเผชิญต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ ไทยยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีพื้นที่ใช้นโยบายการคลังค่อนข้างจำกัด หลังภาระหนี้รัฐบาลอยู่ที่ราว 66% ของ GDP ส่งผลให้ความสามารถในการออกมาตรการอุดหนุนเพิ่มเติมเพื่อพยุงเศรษฐกิจทำได้ไม่มากเท่าที่ควร

ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ AI โตแรง ช่วยพยุงเศรษฐกิจบางส่วน

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจภูมิภาคจะชะลอ แต่ธนาคารโลกระบุว่า กระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ยังเป็นแรงส่งสำคัญให้ภาคการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ของหลายประเทศในอาเซียนขยายตัว โดยไทยมียอดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ปี 2568 เพิ่มขึ้นถึง 32% สูงกว่าการส่งออกสินค้าทั่วไปอย่างชัดเจน

ธนาคารโลกหั่นเศรษฐกิจเอเชียปี 69 เหลือโต 4.2% ไทยเสี่ยงต้นทุนน้ำมันแพง

การขยายตัวดังกล่าวมาจากคำสั่งซื้อชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และอุปกรณ์รองรับ AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้ไทยยังได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกเตือนว่า การใช้ AI ในภาคธุรกิจของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ โดยปัจจุบันมีเพียง 13-17% ของบริษัทย่อยข้ามชาติในไทยและจีนที่เริ่มใช้ AI เทียบกับ 37% ในสหรัฐ สะท้อนข้อจำกัดด้านทักษะแรงงานดิจิทัล ระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และระบบนิเวศนวัตกรรมที่ยังต้องเร่งพัฒนา

ชี้เอเชียต้องเร่งปฏิรูปผลิตภาพ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

ธนาคารโลกยังเตือนว่า เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกในระยะยาวกำลังเผชิญภาวะขยายตัวจากการสะสมทุนมากกว่าการเพิ่มผลิตภาพ ทำให้ศักยภาพการแข่งขันเริ่มอ่อนแรง โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูง

ดังนั้น ประเทศในภูมิภาคจำเป็นต้องเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและดิจิทัล พัฒนาทักษะแรงงาน และปรับนโยบายอุตสาหกรรมให้รองรับคลื่นการลงทุนใหม่จาก AI และเซมิคอนดักเตอร์ หากไม่สามารถเร่งปฏิรูปได้ทัน เศรษฐกิจเอเชียรวมถึงไทยอาจเผชิญแรงกดดันซ้ำซ้อนจากทั้งต้นทุนพลังงานสูงและการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงขึ้นในระยะข้างหน้า