thansettakij
thansettakij
"เอกนิติ" ชู "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" ดึงเม็ดเงินต่างชาติ บนเวที IMF-ธนาคารโลก

"เอกนิติ" ชู "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" ดึงเม็ดเงินต่างชาติ บนเวที IMF-ธนาคารโลก

17 เม.ย. 69 | 10:40 น.
อัปเดตล่าสุด :17 เม.ย. 69 | 12:26 น.

"เอกนิติ" ชู "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" ดึงเม็ดเงินต่างชาติ บนเวที IMF-ธนาคารโลก — ตัวแทนเดียวจากอาเซียนในวงเสวนาการเงินโลก

KEY

POINTS

  • ดร.เอกนิติ ชู "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" บนเวทีเสวนา IMF-ธนาคารโลก เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
  • สร้างความเชื่อมั่นโดยอ้างอิงสถานะการเงินที่แข็งแกร่งของไทย ซึ่งมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่าหนี้ระยะสั้น 2.5 เท่า และประกาศให้ไทยเป็น "จุดหมายการลงทุนที่มั่นคงปลอดภัย"
  • เสนอแนวทางเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยกรอบนโยบาย 4T และการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขึ้นเวทีเสวนาหลัก "The Debate on the Global Economy" ในการประชุมประจำฤดูใบไม้ผลิปี 2569 ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ในฐานะตัวแทนเพียงคนเดียวจากกลุ่มประเทศอาเซียน

การปรากฏตัวครั้งนี้สะท้อนน้ำหนักทางการทูตเศรษฐกิจของไทยในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนด้านพลังงานและความเสี่ยงของ "ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อ" (Stagflation) ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เศรษฐกิจเติบโตช้าลงแต่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกัน

ดร.เอกนิติ ชี้ว่าในฐานะที่ไทยต้องนำเข้าพลังงานสุทธิจากต่างประเทศเป็นหลัก จึงได้รับผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก พร้อมนำเสนอ กรอบนโยบาย 4T เป็นเครื่องมือบริหารวิกฤตภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณของรัฐ ได้แก่ (1) Target — กำหนดกลุ่มเป้าหมายชัดเจน (2) Transition — เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (3) Transformation — ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และ (4) Together — ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน

‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ หนึ่งเดียวจากอาเซียน ร่วมเสวนาเศรษฐกิจบนเวทีการเงินโลก

‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ หนึ่งเดียวจากอาเซียน ร่วมเสวนาเศรษฐกิจบนเวทีการเงินโลก

รองนายกฯ ยังประกาศชัดว่าไทยมุ่งเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสดึงดูด การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI — Foreign Direct Investment) โดยชูจุดแข็งด้านความเป็น "จุดหมายการลงทุนที่มั่นคงปลอดภัย" ควบคู่กับการปรับปรุงกฎระเบียบและลดขั้นตอนที่ซับซ้อน พร้อมเร่งแผน เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน (Energy Transition)

"ในโลกยุคใหม่ 'ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ' (Economic Security) จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกใช้พิจารณา" ดร.เอกนิติ กล่าวต่อที่ประชุม

ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ ดร.เอกนิติ อ้างอิงฐานะการเงินระหว่างประเทศของไทยที่แข็งแกร่ง โดยระบุว่า ทุนสำรองระหว่างประเทศ (เงินสำรองที่รัฐเก็บไว้รับมือกับวิกฤตต่างประเทศ) ของไทยสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นถึง 2.5 เท่า หรือเทียบเท่ากับมูลค่าการนำเข้าสินค้าได้นานถึง 10 เดือน ซึ่งสะท้อนว่า ดุลการชำระเงิน (สถานะการเงินของประเทศในเวทีโลก) ของไทยยังคงแข็งแกร่ง

ดร.เอกนิติ ยังเรียกร้องให้ IMF และธนาคารโลก เข้ามามีบทบาทสำคัญในการระดมทุนและประสานความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยเน้นว่ารากฐานที่มั่นคงของแต่ละประเทศจะเป็นกลไกขับเคลื่อนสู่ "New Horizons" หรือ "ขอบฟ้าใหม่" ซึ่งเป็นธีมหลักของการประชุมประจำปี IMF–ธนาคารโลก ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีถัดไป

เวทีเสวนาครั้งนี้มีผู้ร่วมอภิปรายระดับโลก ได้แก่ ดร.คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้อำนวยการใหญ่ IMF, นายโมฮัมเหม็ด อัล-จาดาน รัฐมนตรีคลังซาอุดีอาระเบีย, นายฟรองซัวส์ วีลรัว ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส, ดร.เอสวาร์ พราสาด ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ และนางมาร์ตินา เชิง ประธานและซีอีโอของ S&P Global ซึ่งเป็นองค์กรจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินชั้นนำของโลก