
ไพรเวทอิควิตี้แห่ลงทุนเหมืองแร่ มูลค่าดีลพุ่ง 9.09 พันล้านดอลลาร์
กองทุนไพรเวทอิควิตี้-เวนเจอร์แคปิตอล เร่งเข้าซื้อสินทรัพย์เหมืองแร่ทั่วโลก ดันมูลค่าดีลไตรมาสแรกแตะ 9.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รับแรงหนุนดีลทองแดง-โคบอลต์ยักษ์ในคองโก ท่ามกลางศึกชิงแร่ยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจ
KEY
POINTS
- กองทุนไพรเวทอิควิตี้และเวนเจอร์แคปิตอลกลับมาลงทุนในอุตสาหกรรมเหมืองแร่และโลหะอย่างคึกคัก โดยมูลค่าดีลในไตรมาสแรกของปี 2026 พุ่งสูงถึง 9.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- มูลค่าการลงทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดมีปัจจัยหลักมาจากดีลใหญ่เพียงรายการเดียว คือการเข้าซื้อสินทรัพย์ทองแดงและโคบอลต์ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกมูลค่า 9 พันล้านดอลลาร์
- การลงทุนสะท้อนแนวโน้มใหม่ที่ภาครัฐร่วมมือกับกองทุนเอกชนเพื่อเข้าครอบครองแหล่งแร่เชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับแบตเตอรี่และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น
เม็ดเงินลงทุนจากกองทุนไพรเวทอิควิตี้ (Private Equity) และเวนเจอร์แคปิตอล (Venture Capital) กำลังไหลกลับสู่อุตสาหกรรมโลหะและเหมืองแร่ทั่วโลกอย่างคึกคัก
หลังข้อมูลจาก S&P Global Market Intelligence ระบุว่า มูลค่าดีลลงทุนในภาคส่วนดังกล่าวช่วงไตรมาสแรกปี 2026 พุ่งขึ้นสู่ระดับ 9.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.95 แสนล้านบาท) สูงกว่ายอดรวมทั้งปีในช่วง 5 ปีก่อนหน้าเกือบทุกปี ยกเว้นปี 2023
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดว่า ปี 2026 มีแนวโน้มเป็นปีที่การเข้าซื้อกิจการในธุรกิจเหมืองแร่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังมูลค่าธุรกรรมซบเซาต่อเนื่องมาหลายปี
ดีลทองแดง-โคบอลต์ 9 พันล้านดอลล์ จุดชนวนตลาด
ปัจจัยหลักที่ทำให้มูลค่าดีลพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด มาจากธุรกรรมขนาดใหญ่เพียงรายการเดียว คือ แผนการเข้าซื้อหุ้น 40% มูลค่า 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.92 แสนล้านบาท) ในสินทรัพย์ทองแดง-โคบอลต์ของ Mutanda Group และ Kamoto Copper Co. SARL ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
กลุ่มผู้ลงทุนประกอบด้วย Orion Resource Partners (USA) LP และ US International Development Finance Corp. ที่ร่วมกันเข้าซื้อสินทรัพย์ดังกล่าวจาก Glencore PLC
ดีลนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านในอุตสาหกรรมเหมืองแร่โลก เมื่อภาครัฐเริ่มเข้ามาร่วมทุนกับกองทุนเอกชนเพื่อครอบครองแหล่งแร่ยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะทองแดงและโคบอลต์ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของแบตเตอรี่และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด
ผลจากดีลนี้ทำให้สัดส่วนเม็ดเงินลงทุนของไพรเวทอิควิตี้ในภาคโลหะและเหมืองแร่ช่วงไตรมาสแรกพุ่งขึ้นเป็น 22.5% ของมูลค่าธุรกรรมทั้งหมด สูงกว่าสถิติเดิมในปี 2023 มากกว่าเท่าตัว และเพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับเพียง 1.7% ในปี 2025
ขณะที่มูลค่าดีลรวมทั้งภาครัฐและเอกชนในภาคโลหะและเหมืองแร่ทั่วโลกตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 40.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.31 ล้านล้านบาท)
ศึกชิงแร่ยุทธศาสตร์ ดันรัฐจับมือทุนเอกชน
Antti Grönlund กรรมการผู้จัดการฝ่ายไพรเวทอิควิตี้ของ Appian Capital Advisory ระบุว่า การลงทุนในกลุ่มแร่ธาตุสำคัญหรือ Critical Minerals จากนี้จะมีบทบาทของภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้นอย่างชัดเจน เพราะแร่เหล่านี้ไม่ได้มีความหมายเพียงด้านอุตสาหกรรม แต่เชื่อมโยงกับอธิปไตยทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางพลังงาน และความมั่นคงทางทหาร
ความต้องการทองแดง โคบอลต์ ลิเทียม และแร่สำคัญอื่นๆ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทั่วโลก
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศมหาอำนาจยิ่งทำให้การแข่งขันแย่งชิงแหล่งแร่รุนแรงขึ้น หลังจีนเพิ่มมาตรการควบคุมการส่งออกวัสดุที่ใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและการทหาร เพื่อตอบโต้แรงกดดันด้านภาษีจากสหรัฐ
เหล็ก-ทองคำ สินทรัพย์ยอดนิยมของกองทุน
เมื่อพิจารณาดีลไพรเวทอิควิตี้ขนาดใหญ่ที่สุด 10 อันดับของปี 2025 พบว่า 4 ดีลมุ่งลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็ก และครอง 3 อันดับแรกของตาราง โดยกระจายตัวในสหรัฐ จีน และตะวันออกกลาง
แรงจูงใจสำคัญมาจากการที่สหภาพยุโรปเตรียมบังคับใช้มาตรการ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ซึ่งเป็นกลไกภาษีคาร์บอนจากสินค้านำเข้า ทำให้ผู้ผลิตเหล็กทั่วโลกต้องเร่งปรับกระบวนการผลิตและลงทุนในเทคโนโลยีลดคาร์บอน
ส่วนทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์เนื้อหอมอันดับต้นๆ จากราคาที่อยู่ในระดับสูงและบทบาทการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอน
กองทุนเร่งปั้นมูลค่า ก่อนขายทำกำไร
Grönlund อธิบายว่า กองทุนไพรเวทอิควิตี้มีรูปแบบการลงทุนต่างจากบริษัทมหาชน เนื่องจากกองทุนส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยราว 10 ปี จึงต้องเร่งเข้าไปปรับโครงสร้าง พัฒนาสินทรัพย์ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างมูลค่าให้ทันรอบการลงทุน ก่อนหาจังหวะขายออกเพื่อรับผลตอบแทน ต่างจากบริษัทจดทะเบียนที่มักเข้าซื้อสินทรัพย์เพื่อรักษาระดับกำลังการผลิตระยะยาวมากกว่า
ด้าน Emma Le Ster รองประธานฝ่ายการเงินและการลงทุนของ La Mancha Resource Capital LLP ระบุว่า กลยุทธ์ของกองทุนเหมืองแร่ยุคใหม่ไม่ใช่เพียงการไล่ตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ แต่คือการมองหาสินทรัพย์ที่ถูกทิ้งร้างหรือดำเนินงานต่ำกว่าศักยภาพ แล้วพลิกฟื้นให้กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ระดับภูมิภาคผ่านการควบรวมกับโครงการใกล้เคียงนั่นทำให้ผลตอบแทนของกองทุนเกิดจากการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้นตามวัฏจักรราคา
ปี 2026 จับตาแร่สำคัญ-ทองคำยังร้อนแรง
นักวิเคราะห์มองว่า ท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่ยังยืดเยื้อ แร่ธาตุสำคัญและทองคำจะยังเป็นเป้าหมายหลักของทั้งบริษัทเหมืองรายใหญ่ บริษัทมหาชน และกองทุนไพรเวทอิควิตี้ตลอดปี 2026 เพราะทรัพยากรใต้ดินในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์เพื่ออุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงทั้งพลังงาน เทคโนโลยี และความมั่นคงของประเทศทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่มา S&P Global







