thansettakij
thansettakij
รัฐบาลจ่อรื้อแผนการคลังระยะปานกลาง อีกรอบ รับวิกฤตตะวันออกกลาง

รัฐบาลจ่อรื้อแผนการคลังระยะปานกลาง อีกรอบ รับวิกฤตตะวันออกกลาง

29 เม.ย. 69 | 23:00 น.

รัฐบาลจ่อปรับแผนการคลังระยะปานกลางใหม่ หลัง สศช. ปรับ GDP พ่วงผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง กระทบเศรษฐกิจไทย รายได้ งบประมาณ เตรียมนัดประชุมบอร์ดการเงินการคลัง เร็ว ๆ นี้

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเตรียมทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2570-2573) ใหม่ เนื่องจากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
  • วิกฤตการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ต้องมีการปรับประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงรายได้และรายจ่ายของรัฐบาลในอนาคตใหม่ทั้งหมด
  • คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐจะนัดประชุมเร็วกว่ากำหนดเดิม เพื่อวางแผนรับมือสถานการณ์ล่วงหน้า

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง ในช่วงปีงบประมาณ 2570-2573 ใหม่อีกครั้ง ภายหลังสถานการณ์ทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสงครามความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องปรับประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง

“ไม่นานนี้รัฐบาลคงนัดประชุมบอร์ดนโยบายการเงินการคลัง ซึ่งเร็วกว่าเดิมก่อนที่จะจัดทำงบประมาณปีต่อไป เพราะต้องวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด และส่งผลกระทบต่อการประมาณการรายได้ และรายจ่ายของรัฐบาลในอนาคต จึงต้องเร่งทบทวนแผนการคลังระยะปานกลางทั้งหมดใหม่อีกครั้ง” แหล่งข่าว ระบุ

ทั้งนี้ที่ผ่านมาในการประชุม 4 หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ คือ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับทราบกรอบประมาณการรายจ่าย ประมาณการรายรับ และฐานะการคลังของรัฐบาลล่วงหน้า 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569-2573 ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้แผนการคลังระยะปานกลาง ฉบับเดิมที่เคยผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว

แต่ภายหลัง สศช. ได้มีการประกาศตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดยพบว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้เดิม โดยทั้งปี 2568 ขยายตัว 2.4% ขณะที่เศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าขยายตัว 1.5-2.5% หรือมีค่ากลางอยู่ที่ 2% แต่ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจปีนี้ยังได้รับผลกระทบจากตะวันออกกลาง จึงต้องทบทวนรายละเอียดของแผนการคลังระยะปานกลางใหม่อีกครั้ง

สำหรับแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2570 - 2573) ตามมติครม.เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2568 กำหนดรายละเอียดสถานะและประมาณการเศรษฐกิจว่า ในปี 2569 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 1.2 - 2.2% (ค่ากลาง 1.7%) GDP Deflator อยู่ที่ 0.7% และอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ในช่วง 0.0 - 1.0% ส่วนในปี 2570 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 2.1 - 3.1% (ค่ากลาง 2.6%) GDP Deflator อยู่ที่ 0.9% และอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยคาดว่าจะอยู่ในช่วง 0.4 - 1.4%

ขณะที่ในปี 2571 - 2572 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 2.3 - 3.3% (ค่ากลาง 2.8%) และในปี 2573 คาดว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 2.5 - 3.5% (ค่ากลาง 3.0%)

ส่วนการสถานะและประมาณการการคลัง กำหนดประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิปีงบประมาณ 2570 อยู่ที่ 3,000,000 ล้านบาท, ปี 2571 อยู่ที่ 3,145,000 ล้านบาท, ปี 2572 อยู่ที่ 3,274,000 ล้านบาท และปี 2573 อยู่ที่ 3,422,000 ล้านบาท 

ขณะที่ประมาณการงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2570 อยู่ที่ เท่ากับ 3,788,000 ล้านบาท, ปี 2571 อยู่ที่ 3,826,000 ล้านบาท, ปี 2572 อยู่ที่ 3,864,000 และปี 2573 อยู่ที่ 3,903,000 ล้านบาท

ส่วนประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิและงบประมาณรายจ่ายดังกล่าวในปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลจะขาดดุลงบประมาณจำนวน 788,000 ล้านบาท หรือ 3.9% ต่อ GDP, ปี 2571 อยู่ที่ 681,000 ล้านบาท หรือ 3.3%ต่อ GDP, ปี 2572 อยู่ที่ 590,000 ล้านบาท หรือ 2.7% ต่อ GDP และปี 2573 อยู่ที่ 481,000 ล้านบาท หรือ 2.1% ต่อ GDP 

นอกจากนี้ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2568 มีจำนวน 12,226,290 ล้านบาท คิดเป็น 64.82% ของ GDP และประมาณการสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สำหรับปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ 68.17% ต่อ GDP, ปี 2570 อยู่ที่ 69.36% ต่อ GDP, ปี 2571 อยู่ที่ 69.78% ต่อ GDP, ปี 2572 อยู่ที่ 69.52% ต่อ GDP และปี 2573 อยู่ที่ 68.22% ต่อ GDP