thansettakij
thansettakij
ฟอร์วิส มาซาร์ส ชี้ธุรกิจไทยต้องปรับเกมภาษี รับเศรษฐกิจโลกผันผวน-วิกฤตพลังงาน

ฟอร์วิส มาซาร์ส ชี้ธุรกิจไทยต้องปรับเกมภาษี รับเศรษฐกิจโลกผันผวน-วิกฤตพลังงาน

29 เม.ย. 69 | 05:22 น.
อัปเดตล่าสุด :29 เม.ย. 69 | 05:22 น.

ฟอร์วิส มาซาร์ส ชี้ธุรกิจไทยต้องปรับเกมภาษี รับเศรษฐกิจโลกผันผวน-วิกฤตพลังงาน พร้อมเตือนบริษัทข้ามชาติรับมือภาษีขั้นต่ำโลก Pillar Two เขย่าโครงสร้างลงทุนครั้งใหญ่

KEY

POINTS

  • ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและวิกฤตพลังงานส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนธุรกิจไทยในหลายภาคส่วน ทำให้การปรับตัวด้านภาษีเป็นสิ่งจำเป็น
  • ธุรกิจต้องเปลี่ยนมุมมองด้านภาษีจากการเป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎหมาย มาเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์เพื่อบริหารความเสี่ยงและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
  • ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงภาษีระหว่างประเทศที่สำคัญ เช่น มาตรการภาษีขั้นต่ำทั่วโลก (Pillar Two) และการตรวจสอบราคาโอน (Transfer Pricing) ที่เข้มงวดขึ้น

โจนาธาน สจวร์ต-สมิธ หุ้นส่วน บริษัท ฟอร์วิส มาซาร์ส ประเทศไทย จำกัด และหัวหน้าฝ่ายภาษีภูมิภาค APAC เปิดเผยในงานสัมมนา Tax Talk 2026: Transforming Uncertainty into Confidence ว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน การเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้กลายเป็นความมั่นใจ จำเป็นต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจกลไกของผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของความมั่นคง แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย 

เมื่อต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบในวงกว้าง ตั้งแต่ค่าการจัดการขนส่ง (Logistics) ไปจนถึงต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและซัพพลายเชนทั่วโลก ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ 

นอกจากนี้ ความเปลี่ยนแปลงด้านภาษีทั้งในและต่างประเทศ ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่บริษัทต่าง ๆ ต้องปรับตัวให้เท่าทัน  ซึ่งปัจจุบันภาษีมิได้เป็นเพียงหน้าที่หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นกลไกเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าธุรกิจ ความเสี่ยง และการตัดสินใจขององค์กร  โดยองค์กรที่สามารถเชื่อมโยงนโยบายภาษีเข้ากับโครงสร้างและการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะมีความได้เปรียบในการรับมือกับความไม่แน่นอน และสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ฟอร์วิส มาซาร์ส ชี้ธุรกิจไทยต้องปรับเกมภาษี รับเศรษฐกิจโลกผันผวน-วิกฤตพลังงาน

 

“สัมมนาด้านภาษีดังกล่าว เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจได้รับข้อมูลและแนวทางการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางภาษี รวมทั้งการอัพเดทด้านภาษีระหว่างประเทศ โอกาสในการวางแผนภาษีและการปฏิบัติตามกฎระเบียบโดยอาศัยสิทธิประโยชน์และการพัฒนาธุรกิจด้วยมาตรการทางภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนในปัจจุบัน”  

 

นายนริศพร ตนะพูนสิน หุ้นส่วน บริษัท ฟอร์วิส มาซาร์ส และผู้เชี่ยวชาญด้านการซื้อขายกิจการและปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท กล่าวว่า ประเด็นสำคัญงานสัมนาดังกล่าว ครอบคลุมเนื้อหาหลัก 4 ประเด็น ประกอบด้วย

 

การบริหารจัดการภาษีสำหรับพนักงานต่างชาติ (Managing Tax for Foreign Assignees)

การบริหารภาษีสำหรับพนักงานต่างชาติ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการวางแผนล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด องค์กรจำเป็นต้องกำหนดนโยบายภาษีอย่างชัดเจน รวมถึงหลักเกณฑ์การปรับสมดุลภาษี (Tax Equalization) และการจัดสรรภาระภาษีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง รวมไปถึงการระบุรายได้และสิทธิประโยชน์ที่ต้องเสียภาษีอย่างถูกต้อง ตลอดจนการขึ้นทะเบียนและยื่นแบบภาษีอย่างทันท่วงที  ทั้งนี้ การประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายเงินเดือน และฝ่ายภาษี เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การปฏิบัติงานข้ามพรมแดนเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย

การตรวจสอบราคาโอน (Transfer Pricing Audits)

ในปัจจุบัน การตรวจสอบราคาโอนทวีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่สรรพากรให้ความสำคัญกับเนื้อหาสาระทางเศรษฐกิจ เหตุผลความจำเป็นทางธุรกิจ และรายการระหว่างกันที่มีความเสี่ยงสูง

องค์กรจึงต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบธุรกรรมระหว่างกันให้มีความครบถ้วนและน่าเชื่อถือ รวมถึงข้อมูลเปรียบเทียบที่เหมาะสม (Benchmarking) โดยผลกระทบจากการไม่ปฏิบัติตามกฎ อาจนำไปสู่การประเมินภาษีเพิ่ม ค่าปรับ และความเสี่ยงในการเสียภาษีซ้ำซ้อนในหลายประเทศ

ทั้งนี้ การดำเนินกลยุทธ์เชิงรุก เช่น การจัดทำข้อตกลงราคาล่วงหน้า (Advance Pricing Agreement: APA) และกระบวนการตกลงร่วมกัน (Mutual Agreement Procedure: MAP) สามารถช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความแน่นอนในการดำเนินธุรกิจได้ 

การปรับโครงสร้างเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่น (Restructuring for Resilience)

การปรับโครงสร้างองค์กรได้พัฒนาไปสู่การเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ไม่เพียงด้านภาษีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกระแสเงินสด การกำกับดูแล และมูลค่าโดยรวมของธุรกิจ โครงสร้างที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องสอดคล้องกับเป้าหมายด้านภาษี บัญชี และวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีอย่างยั่งยืน

การกำหนดแผนงานที่ชัดเจน ตั้งแต่การกำหนดวัตถุประสงค์ การลงมือปฏิบัติ ไปจนถึงการบูรณาการหลังการควบรวมกิจการ (Post-deal Integration) เป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุผลตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ ความเสี่ยงจำนวนมากมักเกิดขึ้นในช่วงการดำเนินการ จึงจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลอย่างรอบคอบและปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อความสำเร็จในระยะยาว 

ภูมิทัศน์ภาษีระหว่างประเทศ ปี 2026 (International Tax Landscape 2026)

ภูมิทัศน์ภาษีระหว่างประเทศกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากพัฒนาการของ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD: Organisation for Economic Co-operation and Development) ทั้งการปรับปรุงเนื้อหาในอนุสัญญา  และมาตรการป้องกันการหลีกเลี่ยงทางภาษี  

นอกจากนี้ แนวทางการจัดเก็บภาษีรูปแบบใหม่ (Pillar Two) เป็นอีกหนึ่งความท้าทายของบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ภายใต้มาตรการภาษีขั้นต่ำทั่วโลก (Global Minimum Tax) ซึ่งบังคับให้ธุรกิจต้องทบทวนอัตราภาษีที่แท้จริง (Effective Tax Rate) และโครงสร้างทางธุรกิจของตน ขณะเดียวกัน การวางแผนข้ามพรมแดน จำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมของการเลือกที่ตั้ง  Holding Company การจัดหาแหล่งเงินทุน และกลยุทธ์การถอนการลงทุน (Exit Strategy)

อย่างไรก็ตาม การติดตามความเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบอย่างต่อเนื่อง และการปรับโครงสร้างให้สอดคล้องอยู่เสมอ จะช่วยให้ธุรกิจยังคงความสามารถในการแข่งขันและปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎหมาย  

ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ บริษัทต่าง ๆ สามารถปรับตัวเพื่อรองรับกับความเปลี่ยนแปลง เพื่อการดำเนินธุรกิจที่ราบรื่น มุ่งสู่การเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมองหาโอกาสในการพัฒนาธุรกิจจากสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ รวมทั้งมาตรการทางด้านภาษี ซึ่งมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง