
‘ประกันสังคม’ ดึง 7 แบงก์ปล่อยกู้ผู้ประกันตน-ผู้ประกอบการ 3 หมื่นล้าน วงเงินสูงสุด 50 ล้าน
สำนักงานประกันสังคม ขับเคลื่อนนโยบายรมว.แรงงาน ดึง 7 แบงก์ ปล่อยสินเชื่อ 3 หมื่นล้านให้กับผู้ประกันตนและผู้ประกอบการ วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาท
KEY
POINTS
- สำนักงานประกันสังคมร่วมมือกับ 7 ธนาคารพันธมิตร จัดสรรวงเงินสินเชื่อรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ
- ผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องและรักษาการจ้างงานได้ในวงเงินสูงสุด 50 ล้านบาท
- กำหนดอัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ 3 ปีแรก เริ่มต้นที่ 2.35% ต่อปี โดยมีเงื่อนไขต้องรักษาระดับการจ้างงานไม่น้อยกว่า 80
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมเร่งขับเคลื่อน "โครงการลงทุนทางสังคม" เพื่อช่วยเหลือ ทั้งผู้ประกันตนและสถานประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม เสริมสภาพคล่องแก่ภาคธุรกิจ สำนักงานประกันสังคมได้ร่วมกับธนาคารพันธมิตร 7 แห่ง ได้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ,ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า แห่งประเทศไทย
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) จัดสรรวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่ สถานประกอบการให้มีสภาพคล่องทางธุรกิจและสามารถรักษาระดับการจ้างงาน โดยกำหนดวงเงินกู้ตั้งแต่ไม่เกิน 15 ล้านบาท ไปจนถึง 50 ล้านบาทตามขนาดกิจการ
อัตราดอกเบี้ยคงที่ในช่วง 3 ปีแรก ไม่เกินร้อยละ 2.35 ต่อปี (กรณีมีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน) และไม่เกินร้อยละ 4.75 ต่อปี (กรณีไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน) สำหรับปีที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่ธนาคารแต่ละแห่งกำหนด
ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 12 เดือน และต้องรักษาการจ้างงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 โดยเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าจะครบวงเงินโครงการ (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ผ่านการขอหนังสือรับรอง สถานะความเป็นสถานประกอบการจากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th
ก่อนติดต่อธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งธนาคารเป็นผู้พิจารณาอนุมัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร โดยปัจจุบันมีสถานประกอบการที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว จำนวน 1,071 แห่ง สามารถรักษาการจ้างงานของลูกจ้างจำนวน 137,986 ราย คิดเป็นวงเงินรวม 11,347.52 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน สำนักงานประกันสังคมได้ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ วงเงินรวมไม่เกิน 4,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 และ 40 เพื่อซ่อมแซมหรือสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ โดยให้วงเงินกู้ซ่อมแซมไม่เกิน 500,000 บาท
และสร้างใหม่ไม่เกิน 2,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 5 ปีแรกเพียงร้อยละ 1.59 ต่อปี ปีที่ 6 - 8 อัตราดอกเบี้ย MRR - ร้อยละ 2 ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 9 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MAR - ร้อยละ 0.5 ต่อปี ทั้งนี้ ผู้ประกันตนที่ประสงค์ เข้าร่วมต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ต้องเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และหากเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 ใน 12 เดือนก่อนใช้สิทธิ์
โดยเปิดให้ยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าจะครบวงเงินโครงการ (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ซึ่งผู้ประกันตนที่มีความประสงค์ ร่วมโครงการต้องขอหนังสือรับรองสถานะความเป็นผู้ประกันตนจากสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ก่อนนำไปยื่นกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร
นางสาวกาญจนา กล่าวย้ำว่า สำนักงานประกันสังคมมุ่งขับเคลื่อนโครงการลงทุนทางสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้ประกันตน ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สถานประกอบการสามารถรักษา ระดับการจ้างงาน และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน







