
ล้างบาง 'แท็กซี่-ไรเดอร์เถื่อน' ต้องใช้ใบขับขี่สาธารณะ-เช็กประวัติอาชญากรรม
"สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ" รมช.คมนาคม รับข้อเสนอ 6 ข้อจากกลุ่มแท็กซี่-ไรเดอร์ พร้อมเผยแผนจัดระเบียบกลุ่มรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (รย.18) ยกระดับความปลอดภัยผู้โดยสาร ขีดเส้นตายภายใน 4 เดือน พาร์ทเนอร์คนขับทุกคนต้องมี "ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ" และผ่านการ "ตรวจประวัติอาชญากรรม" อย่างเข้มงวด หากฝ่าฝืนสั่งปรับหนัก-ตัดสิทธิ์ให้บริการทันที
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดินหน้าจัดระเบียบกลุ่มรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน (รย.18) ยกระดับความปลอดภัยผู้โดยสาร ขีดเส้นตายภายใน 4 เดือน พาร์ทเนอร์คนขับทุกคนต้องมี "ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ" และผ่านการ "ตรวจประวัติอาชญากรรม" อย่างเข้มงวด หากฝ่าฝืนสั่งปรับหนัก-ตัดสิทธิ์ให้บริการทันที
โดยวันนี้ (28 เมษายน 2569) นายสิริพงศ์ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เป็นตัวแทนรับหนังสือข้อเรียกร้องจากตัวแทนกลุ่มแท็กซี่และสหภาพไรเดอร์ ที่มาชุมนุมหน้ากระทรวงคมนาคม พร้อมร่วมประชุมหารือเพื่อหาทางออกในประเด็นความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการดั้งเดิมและผู้ให้บริการผ่านแพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน
เปิด 6 ข้อเสนอ รื้อโครงสร้าง-ลดเหลื่อมล้ำ
ในเอกสารข้อเรียกร้องฉบับดังกล่าว กลุ่มผู้ขับขี่ได้เสนอแนวทางต่อรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สั่งสมมานาน โดยแบ่งเป็นประเด็นสำคัญดังนี้
1. บังคับใช้กฎหมายดิจิทัลแพลตฟอร์มเข้มงวด: จี้ให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บังคับใช้ประกาศเรื่องการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์รับจ้าง (มาตรา 18 (3) แห่ง พ.ร.ฎ.การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลฯ) อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากแพลตฟอร์มต่างชาติ
2. ลงโทษสถานหนักต่อผู้ฝ่าฝืน: เรียกร้องให้มีการกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงต่อแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของไทย เพื่อสร้างมาตรฐานการแข่งขันที่เท่าเทียม (Level Playing Field)
3. ผลักดัน "National Platform": เสนอให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพในการพัฒนาแอปพลิเคชันให้บริการรถรับจ้างสาธารณะกลาง เพื่อรวบรวมรถยนต์สาธารณะ (รย.6), วินมอเตอร์ไซค์, รถจดทะเบียนผ่านแอปฯ (รย.18) และรถจักรยานยนต์ (รย.17) เข้าด้วยกัน โดยเน้นค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรมและตรวจสอบได้
4. ปรับเกณฑ์จดทะเบียนลดต้นทุน: ขอให้แก้ไขกฎกระทรวงปี 2560 เพื่อลดข้อจำกัดในการนำรถยนต์ส่วนบุคคล (รย.1) มาจดทะเบียนเป็นรถแท็กซี่ (รย.6) เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนใหม่ในระบบ
5. ยืดอายุการใช้งานรถรับวิกฤตเศรษฐกิจ: เสนอให้ขยายอายุรถแท็กซี่จากเดิม 9 ปี เป็น 12 ปี และกรณีที่เป็น "แท็กซี่ไฟฟ้า (EV)" ให้ขยายได้ถึง 15 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาคืนทุนของเทคโนโลยีใหม่และนโยบาย Carbon Neutrality
6. สังคายนาระบบค่าโดยสาร: ให้อำนาจรัฐมนตรีปรับปรุงอัตราค่าจ้างและค่าบริการอื่นให้สะท้อนความเป็นจริงของต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
"สิริพงศ์" ขีดเส้น 4 เดือน ล้างบางคนขับเถื่อน
ในการประชุมระหว่างกระทรวงคมนาคมกับกลุ่มตัวแทนผู้ขับขี่ ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นบรรทัดฐานใหม่คือการ "สังคายนาระบบคัดกรองคนขับ" ของแพลตฟอร์มต่าง ๆ หลังจากเกิดข้อร้องเรียนด้านความปลอดภัยและมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายกับรถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ รย.18 เพื่อให้ทัดเทียมกับมาตรฐานของรถแท็กซี่สาธารณะ (รย.6)
1. ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ (Public Driving License): กฎหมายใหม่กำหนดให้ผู้ขับขี่ในระบบ รย.18 ทุกราย ต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพและอบรมตามเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบกเพื่อเปลี่ยนจากใบขับขี่ส่วนบุคคลเป็น "ใบขับขี่สาธารณะ" เพื่อเป็นการการันตีทักษะและความรู้ในการให้บริการสาธารณะอย่างมืออาชีพ
2. การตรวจประวัติอาชญากรรม (Criminal Record Check): คนขับทุกคนจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติย้อนหลังโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อคัดกรองบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือมีคดีความรุนแรง ไม่ให้เข้ามาปะปนในระบบให้บริการ โดยต้องดำเนินการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันภายในกรอบเวลา 4 เดือนที่กำหนด
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ย้ำชัดว่า หากพ้นกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน 4 เดือน แล้วยังพบว่ามีผู้ขับขี่รายใดไม่มีใบอนุญาตสาธารณะ หรือแอปพลิเคชันใดปล่อยปละละเลยให้ผู้ที่มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรงเข้ามาวิ่งรับงาน กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุด ทั้งการปรับผู้ขับขี่ และอาจพิจารณาพักใช้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของแพลตฟอร์มนั้น ๆ
"เราต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า ทุกครั้งที่เรียกใช้บริการรถผ่านแอปฯ ไม่ว่าจะเป็นรถประเภทใด ผู้โดยสารจะต้องได้รับความปลอดภัยสูงสุด คนขับต้องมีตัวตน ตรวจสอบได้ และไม่มีประวัติที่เป็นอันตราย" นายสิริพงศ์ ระบุ






