
สมาชิกสหกรณ์ เฮ! รัฐจัดเงินกู้รายละ 1 แสน รับวิกฤตตะวันออกกลาง-ชายแดน
กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน ลุยช่วยสมาชิกสหกรณ์ กู้ได้สูงสุดไม่เกินรายละ 1 แสนบาท ไปใช้จ่ายในครอบครัว แก้หนี้นอกระบบ หลังได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง และชายแดน
KEY
POINTS
- รัฐบาลจัดโครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจในตะวันออกกลางและชายแดน
- สมาชิกสหกรณ์สามารถยื่นขอกู้เงินเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพได้สูงสุดรายละ 100,000 บาท
- สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการจะปล่อยกู้ให้สมาชิกในอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี โดยเริ่มยื่นคำขอได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569
วันที่ 22 เมษายน 2569 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน เรื่อง โครงการเงินกู้เพื่อบรรเทาวิกฤตเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการปะทะบริเวณชายแดนของประเทศไทย มีสาระสำคัญกำหนดให้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน สามารถยื่นคำขอกู้เงินจากกองทุนดังกล่าวได้
ทั้งนี้เพื่อสามารถนำเงินไปใช้จ่ายในการดำรงชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจากวิกฤตดังกล่าว โดยให้สหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ สามารถยื่นคำขอกู้เงินจากกองทุนฯ เพื่อให้บริการเงินกู้แก่ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิก สูงสุดไม่เกินสหกรณ์ละ 10 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี ระยะเวลาการส่งชำระคืนสูงสุดไม่เกิน 3 ปี โดยผ่อนส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเงินกู้ เป็นงวดรายเดือน
สำหรับเงื่อนไขของโครงกการสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ ต้องจัดทำคำขอกู้เงินยื่นต่อกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานพร้อมรายละเอียดของโครงการและหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์การให้บริการเงินกู้กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน โดยมีคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ทั้งคณะและผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการสหกรณ์เป็นผู้ค้ำประกันการกู้เงิน
ทั้งนี้ ระยะเวลาในการยื่นคำขอกู้ตามโครงการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 จนกว่าจะมีสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนใช้บริการครบตามวงเงินงบประมาณในการดำเนินโครงการหรือจนกว่าคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน จะมีประกาศยกเลิก
อย่างไรก็ตามสมาชิกสามารถกู้ได้สูงสุดไม่เกินรายละ 1 แสนบาท สำหรับนำไปใช้จ่ายในครอบครัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระค่าครองชีพและป้องกันปัญหาหนี้นอกระบบให้กับผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมจากวิกฤตเศรษฐกิจความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการปะทะบริเวณชายแดนของประเทศไทย
ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการ และรัฐวิสาหกิจที่เข้าร่วมโครงการให้บริการเงินกู้กับสมาชิก จะต้องไม่เกิน 5% ต่อปี







