
‘อนุทิน’ สั่งผู้ว่าฯ รับมือลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นเศรษฐกิจ
นายกฯ "อนุทิน" มอบนโยบายผู้บริหารมหาดไทย และผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เตรียมรับลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ กระตุ้นเศรษฐกิจ ตั้ง Single Command ลุยงานเชิงรุกรับมือวิกฤต 4 ภัยหลัก เศรษฐกิจ มั่นคง สังคม สิ่งแวดล้อม
22 เมษายน 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทยพร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการให้กับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ
นายอนุทิน กล่าวว่า ในเรื่องมาตรการด้านเศรษฐกิจ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะ "รัฐบาลของจังหวัด" ได้เตรียมการอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชนในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ตามที่รัฐบาลจะได้มีมาตรการในระยะใกล้นี้ รวมถึงบัตรสวัสดิการ เพื่อส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ เสริมสภาพคล่องหมุนเวียนในเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนสูงสุด
ส่วนเรื่องการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ดำเนินตามนโยบายและแนวทางที่รัฐบาลได้ให้ไว้อย่างเคร่งครัด เนื่องจากเรามีความจำเป็นต้องปรับรูปแบบการใช้งบประมาณ ให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ของโลก
ตัวอย่างเช่นแนวทาง "Zero-Based Budgeting" อิงสถานการณ์ปัจจุบันและวางแผนการใช้งบประมาณ ไม่คำนึงถึงฐานงบประมาณที่ผ่านมา รวมถึงลดงบประมาณในการศึกษาดูงาน การจัดประชุม การสร้างอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ขอให้ใช้วิธีการเช่าแทน การเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า EV มากขึ้น
"ทุกครั้งเมื่อเกิดสถานการณ์เรามักจะตรงไปที่การดูแลเยียวยาพี่น้องประชาชน แต่หากมองในภาพรวมงบประมาณที่ใช้ไปกับการเยียวยาเหล่านั้นแทบจะไม่ได้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ดังนั้นการจ่ายเงินเยียวยาจึงไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา แต่ต้องหาแนวทางวิธีการป้องกัน ทั้งการพัฒนาสาธารณูปโภคในจังหวัด การบังคับใช้กฎหมาย กำกับควบคุมดูแลไม่ให้คนในพื้นที่กระทำการผิดกฎหมาย โดยขอให้ผู้ว่าฯ Grouping จัดกลุ่มงานตามนโยบายรัฐบาล ให้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่" นายอนุทิน กล่าว
ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ถือเป็นนโยบายที่ได้มอบให้ทุกจังหวัดได้ถือปฏิบัติโดยเร่งด่วน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็น "Single Command" ในการสั่งการควบคุมสถานการณ์บริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ ทันท่วงที และมีประสิทธิภาพสูง ท่านสามารถบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมไปถึงฝ่ายทหาร พลเรือน และความมั่นคง ในด้านการป้องกันปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 ตลอดจนภัยพิบัติอื่น ๆ
ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องมีการวางแผนอย่างดีในการที่จะควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่านอย่างเต็มที่ สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิด ประสานกับตำรวจ เจ้าพนักงานตามกฎหมาย อาทิ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ ซึ่งการลักลอบจุดไฟเผาป่าต้องไม่เกิดขึ้นและต้องดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด ในการปฏิบัติการควบคุมไฟป่า ขอให้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จัดทำแนวกันไฟ ประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีอุปกรณ์และสรรพกำลังในการดับไฟป่า เพื่อสนับสนุนภารกิจในพื้นที่เสี่ยงหรือเข้าถึงยาก เรามีอากาศยานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่พร้อมเข้าถึงพื้นที่
นอกจากนี้ได้ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกองทัพ พร้อมที่จะสนับสนุนยวดยานพาหนะปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ ให้ประสานร่วมกับกระทรวง อว. หรือ DES ในการใช้ข้อมูลเทคโนโลยี ติดตามหาจุดความร้อน "Hotspot" เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาอย่างแม่นยำ และสามารถเข้าไปดับไฟได้อย่างทันท่วงที
นายอนุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า ขอให้นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาประยุกต์ในการป้องกันไฟป่า โดยยกตัวอย่างแนวทางภูมิปัญญาชาวบ้าน ตามแนวคิดป่าเปียก ที่มีแหล่งน้ำคลองไส้ไก่ สูบน้ำขึ้นไปยังที่สูงแล้วปล่อยลงมาให้ป่าเปียกชุ่มน้ำ ซึ่งจะช่วยให้ใบไม้แห้งเกิดความชื้นเปียก ลดโอกาสเกิดไฟป่าหมอกควันได้
ทั้งนี้ยังทราบมาว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับกระทรวง อว. และ DES นำระบบ Gistda มาใช้ในการติดตามระบุพื้นที่มีการปลูกพืชผลทางการเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน หากผลผลิตที่ได้มานั้นเกิดจากการเผาป่าหรือส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม เราก็พร้อมที่จะไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าไม่ว่าจะเป็นผลผลิตทางการเกษตรเหล่านั้น
หากมีการลักลอบนำเข้ามา ต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตรวจสอบตรวจตราบูรณาการความร่วมมือดำเนินการอย่างเต็มที่ คำนึงถึงความถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย โดยไม่มีประโยชน์แอบแฝงเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ส่งผลถึงชาวบ้านและประเทศชาติสูงสุด
เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาวาตะภัย และพายุฤดูร้อน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เตรียมการวางแผนให้พร้อม ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กำกับดูแลการสร้างแนวกันดิน ในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จัดการไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง ขยะมูลฝอย ซากพืช กีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำไหลลงไปแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่หรือแม่น้ำสายหลักได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องวางแผนจะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่จะเกิดในพื้นที่ได้
พร้อมขอให้ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้า การประปา องค์การตลาด องค์การจัดการน้ำเสีย หากมีเรื่องจำเป็นที่ส่งผลกระทบต่อการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและภัยพิบัติ เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ขอให้ท่านได้ดำเนินการทันทีไม่รีรอ ถือว่าเป็น "CSR" โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกำไรหรือ "KPI" ขององค์กร สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเครดิตที่จะทำประโยชน์ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหลัก ช่วยเหลือประเทศชาติเป็นอันดับแรก
เรื่องการแก้ไขและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยึดหลัก "เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา" เป็นในการดำเนินงานในพื้นที่ บูรณาการความมั่นคงควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพชีวิตของประชาชน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เน้นการสื่อสารในเชิงสร้างสรรค์ บูรณาการทำงานร่วมกับตำรวจ ทหาร เป็นหนึ่งเดียวกัน มุ่งเน้นสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมแก่ประชาชน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่บริหารจัดการอย่างเต็มที่
เรื่องการรับมือสถานการณ์วิกฤตพลังงาน อันเนื่องมาจากสถานการณ์สู้รบในประเทศตะวันออกกลาง การเข้าถึงแหล่งพลังงาน ประเทศไทยเรามีความสามารถในการนำเข้าน้ำมันเพื่อให้บริการประชาชน ต้องขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศทุกท่านที่ได้ปฏิบัติการให้บรรลุตามเป้าหมายของเราในการช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางสัญจรกลับได้อย่างสะดวก การอำนวยความสะดวกผ่อนปรนเวลาเดินรถขนส่งน้ำมัน ช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้น
รวมถึงการป้องกันการกักตุนน้ำมัน ซึ่งท่านได้บูรณาการบริหารบริหารจัดการการ ควบคุมดูแลสถานการณ์บริการน้ำมันในแต่ละจังหวัดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ขอให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะ การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ได้ศึกษาเรื่องการมาตรการประหยัดไฟฟ้า เปิดปิดไฟในโซนพื้นที่จำเป็น รวมถึงมาตรการพลังงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาภาวะวิกฤตพลังงานในอนาคต
ขณะที่เรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Net Zero ที่กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับองค์การสหประชาชาติ UN ผลักดันขับเคลื่อนทำให้ประเทศไทยมีจุดยืนบนเวทีโลก จึงขอให้ทุกท่านได้ตระหนักและให้ความสำคัญ รวมถึงการแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยในเวทีสากลต่อไปได้







