
มหาดไทยรื้อกฎหมายเฉียดร้อยปี สังคายนา-จัดระเบียบ ‘ค้าของเก่า’
กระทรวงมหาดไทย ปรับปรุงกฎหมายเดิมเฉียดร้อยปี ปฏิรูป ‘ค้าของเก่า’ สู่ยุคดิจิทัล จัดระเบียบขุมทรัพย์มือสองสู้ภัยฟอกเงินข้ามชาติ เปลี่ยนโทษอาญาเป็นปรับเป็นพินัย
KEY
POINTS
- กระทรวงมหาดไทยเตรียมปรับปรุงพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 ที่ใช้บังคับมาเกือบร้อยปีให้มีความทันสมัย
- จะมีการแยกกฎหมาย "ค้าของเก่า" ออกจาก "การขายทอดตลาด" เป็นคนละฉบับ และเพิ่มนิยามให้ครอบคลุมการค้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
- กำหนดระบบการอนุญาตและขึ้นทะเบียนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของกิจการ พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวก
- ปรับปรุงบทลงโทษโดยนำโทษปรับเป็นพินัยมาใช้แทนโทษอาญาสำหรับความผิดไม่ร้ายแรง และเพิ่มมาตรการป้องกันการรับซื้อของโจรและการฟอกเงิน
รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมการปกครอง อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำพระราชบัญญัติการค้าของเก่า พ.ศ. .... ขึ้น โดยปรับปรุงพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474 ที่ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และมีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และลดภาระอุปสรรคในการประกอบอาชีพของประชาชน
สำหรับเหตุผลของการดำเนินการครั้งนี้ กรมการปกครองระบุว่า ได้กำหนดคำนิยามเพิ่มเติม กำหนดรูปแบบการอนุญาตและการขึ้นทะเบียน กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตให้มีความเหมาะสมกับการประกอบกิจการค้าของเก่า กำหนดอายุของใบอนุญาตให้มีความเหมาะสม กำหนดขั้นตอนการต่ออายุใบอนุญาต การโอนใบอนุญาต การขอเปลี่ยนแปลงลักษณะวิธีการประกอบกิจการ หรือย้ายสถานที่ทำการค้า
กำหนดหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต กำหนดการควบคุมและการอุทธรณ์ให้มีความเหมาะสมชัดเจน กำหนดให้นำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ รวมทั้งกำหนดให้นำโทษปรับเป็นพินัยมาใช้แทนโทษทางอาญา โดยโทษทางอาญาจะกำหนดเฉพาะกรณีที่เป็นความผิดที่มีความร้ายแรง และมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ
ทั้งนี้ เพื่อให้มาตรการในการควบคุมกำกับดูแลการประกอบกิจการค้าของเก่ามีความเหมาะสมและชัดเจน สอดคล้องกับการประกอบกิจการค้าของเก่าที่มีการพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วและมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่มาใช้ในการประกอบกิจการอย่างแพร่หลาย สามารถสร้างความเป็นธรรมและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบกิจการค้าของเก่ามากยิ่งขึ้น
พร้อมกับการมีมาตรการที่รัดกุมชัดเจนในการคุ้มครองสังคมและประชาชนรวมถึงประโยชน์สาธารณะมิให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญหรือได้รับความเสียหายจากการประกอบกิจการค้าของเก่า อีกทั้งสามารถป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับกิจการค้าของเก่า เช่น การรับซื้อของโจร การฟอกเงิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกทั้งในปัจจุบันการประกอบกิจการค้าของเก่าและการประกอบกิจการขายทอดตลาดมีความแตกต่างกันหลายประการ การที่นำทั้งสองกิจการมารวมไว้ในกฎหมายฉบับเดียวกันตามพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474 จึงไม่เหมาะสมและมีความยุ่งยากต่อการกำหนดมาตรการต่าง ๆ ในการจัดระเบียบควบคุมกำกับดูแลกิจการทั้งสองประเภท
ดังนั้น จึงสมควรให้มีการแยกกฎหมายออกเป็นสองฉบับ คือ กฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า และกฎหมายว่าด้วยการขายทอดตลาด โดยแบ่งเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้
ส่วนแรก
ได้นิยามความหมายของคำว่า “ค้าของเก่า” ให้มุ่งเน้นไปที่ลักษณะการประกอบกิจการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ในทางการค้าเป็นปกติธุระ และให้รวมถึงการกระทำด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดด้วย เพื่อให้ครอบคลุมรูปแบบการประกอบกิจการในปัจจุบัน และได้เพิ่มนิยามของ “สถานที่ทำการค้า” โดยให้หมายความรวมถึงช่องทางการประกอบธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอย่างอื่นด้วย อีกทั้งยังเพิ่มนิยามของ “สถานที่เก็บทรัพย์” โดยให้หมายความรวมถึงยานพาหนะที่ใช้จัดเก็บของเก่าด้วย
นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการค้าของเก่าสามารถแยกสถานที่ทำการค้าและสถานที่เก็บทรัพย์ออกจากกันได้ แต่ต้องได้รับการอนุญาตจากนายทะเบียนก่อน กำหนดให้ทายาทสามารถขอรับโอนใบอนุญาตได้ และให้ทายาทผู้ยื่นคำขอรับโอนใบอนุญาตสามารถเข้าประกอบกิจการค้าของเก่าได้ทันทีโดยมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบเสมือนผู้รับใบอนุญาต จนกว่านายทะเบียนจะมีคำสั่งไม่อนุญาต เพื่อความต่อเนื่องของการประกอบธุรกิจ และกำหนดให้อายุใบอนุญาตเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน
ส่วนที่สอง
กำหนดให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศกำหนดประเภทของเก่าหรือรูปแบบการประกอบกิจการค้าของเก่าที่ต้องขอรับใบอนุญาต และกำหนดรูปแบบการประกอบกิจการที่ต้องมาขึ้นทะเบียน เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะในการลดโอกาสการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการค้าของเก่า โดยมิให้กระทบต่อเสรีภาพในการประกอบอาชีพของประชาชนเกินสมควร รวมทั้งใช้ระบบ “ขออนุญาต” สำหรับกิจการค้าของเก่าที่ต้องควบคุม และใช้ระบบ “ขึ้นทะเบียน” สำหรับกิจการค้าของเก่าที่มีความเสี่ยงตํ่าในการใช้เป็นช่องทางของการกระทำความผิดกฎหมาย พร้อมกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตเฉพาะที่เป็นสาระสำคัญ
ส่วนที่สาม
กำหนดมาตรการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ โดยจัดให้มีระบบและวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับกระบวนการขอรับใบอนุญาต การต่ออายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต การขอขึ้นทะเบียน การแจ้ง การชำระค่าธรรมเนียม การจัดทำบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการค้า การแสดงใบอนุญาต บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการค้า หรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนำระบบการชำระค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตมาใช้ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนที่สี่
กำหนดมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการประกอบกิจการค้าของเก่าให้มีความเหมาะสม โดยกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการค้าทั้งหมดและเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้ ณ สถานที่ทำการค้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 15 ปี นับแต่วันที่ได้จัดทำข้อมูล เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือสืบสวนที่มาที่ไปของทรัพย์ กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องแสดงใบอนุญาต บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการค้า เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม และทรัพย์สินในสถานที่ทำการค้าหรือสถานที่เก็บทรัพย์ต่อนายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจโดยทันทีเมื่อถูกเรียกตรวจ
นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนายทะเบียน เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์ที่มีผู้มาเสนอหรือโอนให้ตนนั้นเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยทุจริต และกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ตรวจทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองหรือที่มีผู้มาเสนอขาย แลกเปลี่ยน หรือจำหน่าย ถ้าปรากฏว่ามีตำหนิรูปพรรณตรงหรือคล้ายกับตำหนิรูปพรรณของหายซึ่งได้รับแจ้ง ให้แจ้งต่อเจ้าพนักงานผู้ซึ่งแจ้งเรื่องของหายนั้นโดยไม่ชักช้า
พร้อมกันนี้ยังกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตจะประกอบกิจการลักษณะเดียวกันกับโรงรับจำนำในสถานที่ทำการค้ามิได้ และกำหนดการอุทธรณ์ให้ชัดเจนขึ้น โดยในกรุงเทพมหานครให้อุทธรณ์ต่ออธิบดี และในจังหวัดอื่นให้อุทธรณ์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบและสามารถยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้
ส่วนสุดท้าย
กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการค้าของเก่า โดยกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาต โดยต้องไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดฐานฟอกเงิน หรือความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย รวมทั้งต้องไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่กระทำอันเป็นการก่อการร้าย และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายสามารถยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลแพ่งเพื่อมีคำสั่งอนุญาตให้เข้าถึงบัญชี ข้อมูลทางการสื่อสาร หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ ในกรณีที่มีพยานหลักฐานพบว่าถูกใช้หรืออาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิดฐานฟอกเงินซึ่งเกี่ยวข้องกับกิจการค้าของเก่า
บทกำหนดโทษ
ได้วางหลักการกำหนดโทษให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับระดับความร้ายแรงของการกระทำ โดยนำโทษปรับเป็นพินัยมาใช้แทนโทษทางอาญา และคงโทษทางอาญาไว้เฉพาะกรณีที่มีความร้ายแรงและมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ







