thansettakij
thansettakij
จ่อ ‘ลดราคาน้ำมันมากกว่า 2 บาท’ พลังงานเตรียมหั่นค่ากลั่นรอบใหม่

จ่อ ‘ลดราคาน้ำมันมากกว่า 2 บาท’ พลังงานเตรียมหั่นค่ากลั่นรอบใหม่

19 เม.ย. 69 | 05:26 น.
อัปเดตล่าสุด :19 เม.ย. 69 | 05:26 น.

กระทรวงพลังงานเตรียมเคาะหั่นค่ากลั่นรอบใหม่ หลังพบช่วง 1-15 เม.ย. พุ่งผิดปกติ คาดลดราคาหน้าปั๊มได้มากกว่า 2 บาท

KEY

POINTS

  • กระทรวงพลังงานเตรียมปรับลดค่าการกลั่นรอบใหม่ โดยคาดว่าจะสามารถลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มได้มากกว่า 2 บาทต่อลิตร
  • มีการนัดประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในวันที่ 21 เม.ย. เพื่อพิจารณาโครงสร้างต้นทุนใหม่ หลังพบว่าค่าการกลั่นช่วงต้นเดือนเมษายนสูงขึ้นผิดปกติ
  • การปรับลดราคาต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งยังมีหนี้สะสมกว่า 6 หมื่นล้านบาท

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการดูแลราคาน้ำมันในประเทศ โดยเน้นย้ำถึงการเร่งดำเนินการปรับลดค่าการกลั่นระลอกที่ 2 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน หลังจากที่ระลอกแรกในช่วงเดือนมีนาคมสามารถลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มลงได้ 2.14 บาทต่อลิตร

ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประมวลผลข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงเพื่อกำหนดค่าการกลั่นรอบใหม่ เนื่องจากพบว่าในช่วงวันที่ 1-15 เมษายนที่ผ่านมา ค่าการกลั่นพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 15 บาทต่อลิตร ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคมที่มีค่าเฉลี่ยเพียง 7 บาทกว่า ถือเป็นระดับที่ผิดปกติมาก

โดยเตรียมนัดประชุมประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อหารือพิจารณาต้นทุนใหม่อีกครั้ง ภายในวันที่ 21 เม.ย. นี้  (มีผล 23 เม.ย.) ซึ่งจะพิจารณาหักลบต้นทุนส่วนเพิ่มต่างๆ เช่น ค่าความเสี่ยงสงคราม (War Premium) ค่าขนส่ง

จ่อลดราคาน้ำมันมากกว่า 2 บาท พลังงานเตรียมหั่นค่ากลั่นรอบใหม่

 

และค่าประกันภัย ตามความเป็นจริง เพื่อกำหนดค่าการกลั่นใหม่โดยใช้ฐานข้อมูลของวันที่ 1-15 เมษายน คาดการณ์ว่าจะสามารถปรับลดค่าการกลั่นลงมาได้มากกว่า 2 บาทต่อลิตร 

 

สำหรับประเด็นที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์ปรับลดลงถึง 20% แต่ราคาหน้าปั๊มในประเทศกลับลดลงเพียงเล็กน้อยนั้น เกี่ยวข้องกับสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง กองทุนฯ ได้เข้ามาพยุงราคาจนปัจจุบันมีภาระหนี้สะสมเกินกว่า 60,000 ล้านบาท 

แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะดีขึ้นโดยมีภาระจ่ายออกลดลงเหลือวันละ 100 ล้านบาท จากเดิมวันละกว่า 2,000 ล้านบาท แต่การบริหารจัดการราคาหน้าปั๊มยังคงต้องทำแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” เพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนฯ