thansettakij
thansettakij
พาณิชย์ คุมเม็ดพลาสติก ล็อกเป้า 5 กลุ่มหลัก สั่งรายงานทุกสัปดาห์

พาณิชย์ คุมเม็ดพลาสติก ล็อกเป้า 5 กลุ่มหลัก สั่งรายงานทุกสัปดาห์

21 เม.ย. 69 | 01:45 น.
อัปเดตล่าสุด :21 เม.ย. 69 | 02:10 น.

กรมการค้าภายใน คุมเม็ดพลาสติก กำหนด 5 กลุ่มสินค้าหลัก สั่งรายงานข้อมูลรายสัปดาห์ สกัดกักตุน คุมราคาใกล้ชิด พร้อมผลักดันรีไซเคิล ลดผลกระทบค่าครองชีพประชาชน

KEY

POINTS

  • กรมการค้าภายในออกมาตรการกำกับดูแลเม็ดพลาสติก เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอและราคาเหมาะสม ป้องกันผลกระทบต่อประชาชน
  • กำหนดสินค้าพลาสติกเป้าหมาย 5 กลุ่มหลักที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ได้แก่ กล่องพลาสติก ถุงร้อน-เย็น ถุงหูหิ้ว ถุงขยะ และถุงสินค้าเกษตร
  • สั่งให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องรายงานข้อมูลปริมาณและราคาเม็ดพลาสติกทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและป้องกันการกักตุน

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก ว่า ได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการเม็ดพลาสติกให้มีปริมาณเพียงพอและราคาเหมาะสม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินงานจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ การกำหนดกลุ่มสินค้าเป้าหมายเพื่อใช้ในการกำกับดูแล การลดการใช้พลาสติกที่ไม่จำเป็นในบรรจุภัณฑ์ และการผลักดันการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืนผ่านการคัดแยกและรีไซเคิล 

โดยมีแนวคิดให้จัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการให้ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม

สำหรับการกำกับดูแลในระยะแรก ที่ประชุมได้กำหนดสินค้าเป้าหมาย 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กล่องพลาสติก 2. ถุงแกงและถุงร้อน–เย็น 3. ถุงหูหิ้วและถุงพลาสติกทั่วไป 4. ถุงขยะ และ 5. ถุงบรรจุสินค้าเกษตร เช่น ถุงปุ๋ยและถุงกระสอบ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนและภาคการผลิต 

โดยที่ประชุมเห็นว่าสินค้าทั้ง 5 กลุ่มดังกล่าวครอบคลุมสินค้าพลาสติกจำเป็นเบื้องต้นมากกว่า 40% ของการใช้งานในปัจจุบัน

 

พาณิชย์ คุมเม็ดพลาสติก ล็อกเป้า 5 กลุ่มหลัก สั่งรายงานทุกสัปดาห์

 

อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ กรมฯ ได้เชิญผู้ผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติก รวมถึงผู้ประกอบการที่นำเม็ดพลาสติกไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง โดยได้ร่วมกันพิจารณา 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความเหมาะสมของกลุ่มสินค้าเป้าหมาย สถานการณ์ด้านปริมาณสินค้า ระดับราคา และรูปแบบการรายงานข้อมูลให้กรมการค้าภายในใช้ประกอบการติดตามกำกับดูแล เพื่อป้องกันการบิดเบือนกลไกตลาดหรือการกักตุนสินค้า ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542

ในด้านสถานการณ์สินค้า ภาคเอกชนให้ข้อมูลตรงกันว่า ปัจจุบันปริมาณเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติกโดยรวมยังอยู่ในระดับเพียงพอ และคาดว่าจะมีใช้ได้ต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึงช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2569 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของราคา ยังจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความผันผวนตามสถานการณ์โลกและปัจจัยด้านการขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว

 

พาณิชย์ คุมเม็ดพลาสติก ล็อกเป้า 5 กลุ่มหลัก สั่งรายงานทุกสัปดาห์

 

ทั้งนี้ เพื่อให้การติดตามสถานการณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องรายงานข้อมูลเม็ดพลาสติกในกลุ่มสินค้าเป้าหมายทุกสัปดาห์ โดยจะรายงานทุกวันพุธ 

ขณะที่ข้อมูลการนำเม็ดพลาสติกไปผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์จะรายงานทุก 15 วัน เพื่อให้กรมการค้าภายในสามารถเห็นภาพต้นทุนและสถานการณ์สินค้าได้ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง จนถึงปลายทาง และนำไปใช้กำหนดมาตรการที่เหมาะสมต่อไป

นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า คาดว่าจะกำหนดผู้ประกอบการที่ต้องรายงานข้อมูลให้ครอบคลุมประมาณ 70% ของแต่ละกลุ่มสินค้า เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มด้านปริมาณและราคา โดยเฉพาะในส่วนของผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกซึ่งมีจำนวนมาก ขณะที่ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกมีจำนวนไม่มากนัก จึงสามารถติดตามข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น

 

พาณิชย์ คุมเม็ดพลาสติก ล็อกเป้า 5 กลุ่มหลัก สั่งรายงานทุกสัปดาห์

 

 ทั้งนี้ หลังจากการประชุมกรมการค้าภายในจะรวบรวมผลการหารือและรายงานข้อมูลชุดแรกเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) รวมทั้งใช้เป็นฐานข้อมูลในการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลให้สินค้าเพียงพอ ราคาเหมาะสม และไม่เกิดผลกระทบต่อประชาชน พร้อมทั้งเชื่อมโยงไปสู่แนวทางการใช้พลาสติกอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนในระยะต่อไป