thansettakij
thansettakij
ราคายางสัปดาห์หน้าเสี่ยงร่วง  จับตาจีนชะลอซื้อ-ผลผลิตทะลักตลาด

ราคายางสัปดาห์หน้าเสี่ยงร่วง จับตาจีนชะลอซื้อ-ผลผลิตทะลักตลาด

15 ส.ค. 69 | 04:52 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ส.ค. 69 | 04:52 น.

บิ๊ก กยท. คาดการณ์ราคายางพาราสัปดาห์หน้า 17–21 ส.ค. 69 ส่อปรับลดเล็กน้อย หลังตลาดไร้ปัจจัยบวกใหม่ จับตาจีนชะลอ ผลผลิตออกมาก เตือนภัยคุณภาพวัตถุดิบปนเปื้อนพ่นพิษ ผู้ซื้อเข้มตรวจ ต้นทุนเพิ่ม ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวน

KEY

POINTS

  • ตลาดรถยนต์ในจีนมีสัญญาณชะลอตัว ทำให้ความต้องการใช้ยางลดลงและเป็นแรงกดดันต่อราคา
  • ผลผลิตยางพาราออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากตามฤดูกาล ส่งผลให้ปริมาณยางล้นตลาดและกดดันราคา
  • ปัญหาคุณภาพยางจากสิ่งแปลกปลอมปนเปื้อน อาจทำให้ผู้ซื้อชะลอการรับซื้อและกระทบต่อความเชื่อมั่น

นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสถานการณ์ราคายางพารา ระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม 2569 มีแนวโน้มปรับตัวลดลงเล็กน้อย ในระยะสั้น ประกอบด้วยหลายด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ตลาดรถยนต์ของจีน ซึ่งมีสัญญาณชะลอตัว สินค้าคงคลังรถยนต์ล้นตลาดอาจส่งผลให้ความต้องการใช้วัตถุดิบยางในอุตสาหกรรมปลายน้ำลดลง และกลายเป็นแรงกดดันต่อราคายางในตลาดโลก

นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)

ขณะเดียวกัน ปริมาณผลผลิตยางออกสู่ตลาดยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตยางออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากตามฤดูกาล ส่งผลให้มีแรงกดดันต่อราคาอย่างต่อเนื่อง หากปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความต้องการใช้ อาจทำให้ราคาปรับตัวได้จำกัด

เตือนภัย สิ่งแปลกปลอมป่วนคุณภาพยาง

อีกประเด็นที่ตลาดจับตาคือ คุณภาพวัตถุดิบยางพารา โดยสิ่งแปลกปลอมและการปะปนของวัสดุที่ไม่พึงประสงค์อาจส่งผลต่อคุณภาพและมาตรฐานของยาง ทำให้ผู้ซื้อชะลอการรับซื้อหรือเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นและต้นทุนของผู้ประกอบการในห่วงโซ่ยางพารา

 

ปัจจัยกดดันราคายางพารา

 

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ยังเป็นตัวแปรสำคัญ เนื่องจากทิศทางราคาน้ำมันสามารถช่วยพยุงราคายางธรรมชาติได้ในบางช่วง หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ยางธรรมชาติอาจมีความได้เปรียบด้านราคามากขึ้นเมื่อเทียบกับยางสังเคราะห์ แต่ปัจจัยดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันราคายางให้ปรับขึ้นอย่างชัดเจน

ตลาดยังขาดปัจจัยบวกใหม่

ภาพรวมตลาดในช่วงวันที่ 17–21 สิงหาคม 2569 จึงมีแนวโน้ม “แกว่งตัวออกข้างและปรับลดลงเล็กน้อย” มากกว่าการปรับตัวลงแรง โดยต้องติดตามทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน ปริมาณผลผลิตยางที่ออกสู่ตลาด รวมถึงทิศทางราคาน้ำมันดิบอย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้ประกอบการและผู้ใช้ยาง ข้อเสนอแนะในระยะนี้คือ ชะลอการจัดซื้อยางพาราล็อตใหญ่ เพื่อบริหารต้นทุนและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา พร้อมทั้งควรทยอยจัดซื้อตามความจำเป็น โดยพิจารณาระยะสั้นให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรติดตามสถานการณ์ราคายางอย่างใกล้ชิดและบริหารจัดการสต็อกอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาสภาพคล่อง ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด และเพิ่มความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมยางพาราไทยในระยะต่อไป