
รัฐเล็งออกพ.ร.ก.กู้เงิน ขยับเพดานหนี้สาธารณะ รับมือวิกฤต
รัฐกวาดทุกเก๊ะ รับมือวิกฤตพลังงาน เร่งคลอดพ.ร.บ.โอนงบ เล็งออกพ.ร.ก.กู้เงินหลักแสนล้าน ขยับเพดานหนี้สาธารณะเป็น 75%
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้พิจารณาปรับแผนการใช้งบประมาณปี 69 ครั้งใหญ่ การพิจารณาออก พ.ร.ก.กู้เงิน และการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อเตรียมงบสำหรับทำมาตรการรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส
โดยจะมีการใช้เงินเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พลังงาน ช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการคนละครึ่งพลัส และช่วยกลุ่มเปราะบางอย่างบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากงบประมาณปัจจุบันมีไม่เพียงพอ และยังมีข้อจำกัดเพดานก่อหนี้
สำหรับปัจจุบัน รัฐบาลมีเงินเหลือใช้ ได้แก่ งบกลางเพียง 2.5 หมื่นล้านบาท และเหลือเพดานก่อหนี้เพียง 7 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอ เพราะยังมีรายจ่ายจำนวนมาก ทั้งการค้ำประกันกองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาท รวมถึงโครงการเร่งด่วนอย่างคนละครึ่ง และบัตรสวัสดิการฯ อีกหลายหมื่นล้านบาท
“รัฐบาลจะต้องปรับแผนการใช้งบโดยใช้หลายเครื่องมือประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแผน พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 69 โดยนำงบที่ยังไม่ใช้หรือก่อหนี้ผูกพันไม่ทันโอนกลับเข้ามาเป็นงบกลาง ซึ่งน่าจะได้หลายหมื่นล้านบาท รวมถึงการใช้เงินทุนสำรองจ่ายตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 วงเงิน 50,000 ล้านบาท”
ทั้งนี้ รัฐบาลประเมินว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งวิกฤตพลังงาน วิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตการคลัง ซึ่งจำเป็นต้องหาเงินมาพยุงเศรษฐกิจ ช่วยเหลือภาคธุรกิจ บรรเทาภาระพี่น้องประชาชน โดยจะพิจารณาทำทุกวิถีทาง รวมถึงการออก พ.ร.ก.กู้เงิน เหมือนช่วงโควิด แต่วงเงินกู้อาจไม่สูงถึง 1 ล้านล้านบาท น่าจะเป็นหลักแสนล้านบาทเท่านั้น แต่ต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะควบคู่กันไปด้วย
สำหรับปัจจุบัน ณ เดือนก.พ.69 ไทยมีหนี้สาธารณะอยู่ 66% หรือ 12.59 ล้านล้านบาท ใกล้เต็มเพดาน 70% ของจีดีพี ซึ่งเป็นไปได้ที่จะขยายเพดานหนี้เพิ่มเป็น 75% เพื่อให้รัฐบาลมีช่องว่างการกู้เพิ่มอีกเกือบ 1 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่การพิจารณารายละเอียด ซึ่งนายกฯ ได้กำชับให้เน้นการโอนงบก่อน หากไม่พอ ให้ใช้การออก พ.ร.ก.กู้เงิน แต่ต้องคำนึงถึงความจำเป็น และวินัยทางการเงินการคลัง
สอดคล้องกับที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า กำลังพิจารณาปรับเพดานหนี้สาธารณะ เนื่องจากหลายประเทศหนี้สาธารณะสูงกว่าไทย แต่ต้องมีคำตอบว่าจะเอาเงินไปทำอะไร และยังได้นำเรื่องเข้าร่วมประชุมธนาคารโลก เพื่อหารือเรื่องนี้กับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างๆ เกี่ยวกับวิกฤตโลกที่เกิดขึ้นอีกด้วย







