
กมธ.พลังงานห่วงปิดฮอร์มุซกระทบไทย ชี้ก๊าซสะดุดค่าไฟพุ่ง เร่งหาพลังงานสำรอง
กมธ.พลังงานห่วงปิดฮอร์มุซกระทบไทย ชี้ก๊าซสะดุดค่าไฟพุ่ง เร่งหาพลังงานสำรอง ระบุประเทศต้องหาทางออก ปัดฝุ่นโรงไฟฟ้าชีวมวล
KEY
POINTS
- กมธ. พลังงานแสดงความกังวลต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการนำเข้าก๊าซธรรมชาติและอาจทำให้ค่าไฟฟ้าของไทยพุ่งสูงขึ้น
- เรียกร้องให้เร่งหาแหล่งพลังงานสำรองเพื่อทดแทน ทั้งจากรัสเซียและสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
- เสนอให้รัฐบาลพิจารณาพลังงานทางเลือกอื่นเป็นทางออกระยะยาว เช่น การใช้โรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าขยะให้เต็มศักยภาพ รวมถึงการตัดสินใจนำโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) มาใช้
นายพรเพิ่ม ทองศรี สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดที่สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมเรือที่เข้า-ออกช่องแคบฮอร์มุซว่า เท่าที่ทราบจากข่าวคือปิดเพื่อที่จะกวาดทุ่นระเบิด เพราะฉะนั้นหลังจากกวาดทุ่นระเบิดเสร็จแล้วสหรัฐอาจจะปิดต่อ แต่ว่าเปิดให้เรือผ่านได้ ไม่ได้ปิดเลย
ซึ่งประเทศไทยเองตอนนี้เราต้องทางออก ติดต่อขอซื้อพลังงานจากที่อื่น เคยเห็นว่าจะซื้อจากรัสเซีย แต่มาตอนหลังมีการระบุว่าน้ำมันจากรัสเซียนำมากลั่นเมืองไทยไม่ได้
สิ่งสำคัญคือปัญหาเรื่องก๊าซธรรมชาติ ถ้าไม่ได้มา เราจะทำอย่างไร หากล่าช้า ค่าไฟจะต้องขึ้นอย่างเร็ว เรื่องก๊าซ เห็นคุยว่าตกลงจะพยายามจะซื้อจากสหรัฐเพิ่มเติม แต่ก็ไม่เห็นข่าวอะไรเพิ่มมากขึ้นอีก
ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยหลังสงกรานต์ นายพรเพิ่มระบุว่า น้ำมันอาจยังมีพอพยุงไปจนกว่าจะหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ได้เพิ่มเติม หวังว่าถ้าสหรัฐปิดช่องแคบแล้วกวาดทุ่นระเบิดหมด ก็อาจจะเอาเรือส่วนที่เหลือปล่อยออกมาได้ อาจจะคลี่คลายลงได้อีกมาก
อย่างไรก็ดี หลังจากรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล แถงนโยบายต่อรัฐสภาต้องการเห็นการปัดฝุ่น เช่น โรงไฟฟ้าที่ใช้ชีวมวล เอามาใช้อย่างเต็มที่ รวมถึงโรงไฟฟ้าขยะ
และที่สำคัญรัฐบาลต้องตัดสินใจแล้วว่าเราจะต้องเอาโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) พลังงานทางเลือกที่มีระบบความปลอดภัยสูง สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ามา พอตัดสินใจก็ไปสั่งซื้อ ซึ่งการสั่งซื้อมันใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี กว่าจะได้มา เพราะฉะนั้น เราตัดสินใจตอนนี้ แข่งกับคนอื่น







