
แบ่งงาน 7 รองนายกฯ 'พิพัฒน์' คุม EEC 'เอกนิติ' ดูคลัง-พลังงาน 'ศุภจี' การค้า-อุตฯ-ท่องเที่ยว
'อนุทิน' ลงนาม แบ่งงาน 7 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 'พิพัฒน์' คุม EEC 'เอกนิติ' ดูคลัง-พลังงาน 'ศุภจี' การค้า-อุตฯ-ท่องเที่ยว-วัฒนธรรม 'ทรงศักดิ์' ดูน้ำ 'สีหศักดิ์' ต่างประเทศ 'ปกรณ์' คุมกฎหมาย 'ยศชนัน' การศึกษา-เกษตร
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งแบ่งงานให้รองนายกรัฐมนตรีทั้ง 7 คน กำกับดูแลกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รับผิดชอบดูแลกระทรวงด้านเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงาน
- นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดูแลกระทรวงด้านเศรษฐกิจภาคบริการและอุตสาหกรรม ครอบคลุมกระทรวงพาณิชย์, กระทรวงอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี โดยมีคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีกำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี และให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี และกำกับดูแลแทนนายกรัฐมนตรี
สำหรับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานของรัฐ ตามลำดับ ดังต่อไปนี้
1. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะด้านกีฬา), กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สทช.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.)
3. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง, กระทรวงพลังงาน, สำนักงบประมาณ (ยกเว้นที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของนายกฯ), สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
4. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กำกับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ, สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สนช.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
5. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำกับดูแลกระทรวงพาณิชย์, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (เฉพาะด้านการท่องเที่ยว), กระทรวงวัฒนธรรม, กระทรวงอุตสาหกรรม, กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
6. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้านกฎหมายและระบบราชการ ทั้ง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.), สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และราชบัณฑิตยสภา
7. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงการอุดมศึกษา, วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงการอุดมศึกษา, วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.), สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง, สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
ส่วนรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 4 รายประกอบด้วย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี สั่งและปฏิบัติราชการแทนในกรมประชาสัมพันธ์, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ดูแลองค์การมหาชน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือTCEB , สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน), องค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน), สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม
นายภราดร ปริศนานันทกุล รับผิดชอบสำนักงบประมาณ (ยกเว้นที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของนายกฯ), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สกมช.)
นางสุขสมรวย วันทนียกุล ดูแลสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.), สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ






