
ศธ.สั่งลดค่าบำรุงการศึกษา คลายล็อก 'ชุดนักเรียน-ลูกเสือเนตรนารี'
เจาะลึกมาตรการลดค่าครองชีพผู้ปกครอง "ประเสริฐ จันทรรวงทอง" สั่งทลายต้นทุนการศึกษา ให้ลดค่าบำรุงการศึกษา และสามารถให้ผ่อนชำระได้ พร้อมทั้งปลดล็อกระเบียบชุดนักเรียน-ลูกเสือ หั่นราคาอุปกรณ์การเรียนผ่านกลไก สกสค. ย้ำชัดการศึกษาต้องมาก่อน
KEY
POINTS
- ศธ. ขอความร่วมมือสถานศึกษาทั่วประเทศพิจารณาลดค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมอนุโลมให้ผู้ปกครองผ่อนชำระได้
- ยกเลิกการบังคับซื้อชุดลูกเสือ-เนตรนารีเต็มยศ โดยให้สวมเพียงผ้าผูกคอและหมวกร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้
- ผ่อนปรนกฎระเบียบเครื่องแบบนักเรียน ให้สามารถใช้ชุดเดิมได้แม้จะเลื่อนชั้นหรือย้ายโรงเรียน และเปลี่ยนการปักชื่อเป็นอักษรย่อโรงเรียนเพื่อลดค่าใช้จ่าย
ในภาวะที่วิกฤตพลังงานและค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นจนกระทบถึงกระเป๋าเงินของทุกครัวเรือน
โจทย์ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ภายใต้การนำของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการคนใหม่ จึงไม่ใช่เพียงแค่การปรับปรุงหลักสูตร แต่คือการเข้าแทรกแซงเพื่อ "ลดภาระ" ให้แก่ผู้ปกครองอย่างเป็นรูปธรรม
โดยนายประเสริฐได้ประกาศชัดเจนทันทีตั้งแต่วันแรกที่เข้ากระทรวงเมื่อ 10 เม.ย. 69 ว่า
"กฎระเบียบหรือค่าใช้จ่ายแฝง ต้องไม่เป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา"
ปฏิบัติการ "3 มาตรการด่วน" ทลายต้นทุนรับเปิดเทอม
ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากสมาชิกสภาฯ และประชาชน นายประเสริฐ ได้ขยับตัวทันทีหลังแถลงนโยบายรัฐบาลด้วย "ข้อสั่งการแรก" ที่มุ่งเป้าจัดการความเหลื่อมล้ำและลดค่าใช้จ่ายแฝงผ่าน 3 แนวทางหลัก
การปฏิรูปกฎระเบียบเครื่องแต่งกายสู่ความยืดหยุ่นสูงสุด
ศธ. สั่งการให้สถานศึกษาทั่วประเทศ "ผ่อนปรน" กฎเกณฑ์เรื่องเครื่องแบบอย่างไม่เคยมีปรากฏมาก่อน โดยอนุโลมให้เด็กสามารถใช้ชุดนักเรียนเดิมได้แม้จะมีการเลื่อนชั้นหรือย้ายโรงเรียน
ที่สำคัญคือการผ่าทางตัน "ชุดลูกเสือ-เนตรนารี" ที่กลายเป็นภาระหนัก โดยเปลี่ยนมาเป็น "ไม่บังคับซื้อชุดเต็มยศ" แต่อุโลมให้สวมเพียง ผ้าผูกคอและหมวก ร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้ทันที
ปรับเปลี่ยนการปักชื่อ-นามสกุล เป็นเพียง "อักษรย่อโรงเรียน" เพื่อลดค่าใช้จ่าย ยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้า และยังสอดรับกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อีกด้วย
และที่สำคัญอีกประการคือ "ขอความร่วมมือสถานศึกษาทั่วประเทศพิจารณาลดค่าบำรุงการศึกษาและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมอนุโลมให้ผ่อนผันการชำระเงินได้"
การแทรกแซงกลไกราคาอุปกรณ์การเรียน
ผ่านทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)
นายประเสริฐได้สั่งการให้จัดหาและจำหน่ายหนังสือ แบบเรียน และเครื่องเขียนใน "ราคาควบคุม" เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปกครองจะได้รับสินค้าคุณภาพในราคายุติธรรมที่สุด
การบูรณาการพลังข้ามกระทรวง
ไม่ใช่เพียงการบริหารงานในหอคอยงาช้าง แต่เป็นการผนึกกำลังกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อออกแบบมาตรการลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อเยียวยาค่าครองชีพระดับมหภาคให้ถึงมือครอบครัวนักเรียนอย่างทั่วถึง
โรดแมป "Human Capital"
ปฏิรูปโครงสร้างสู่ความยั่งยืน นอกเหนือจากมาตรการเฉพาะหน้า นายประเสริฐยังกางแผนปฏิรูปเชิงโครงสร้างด้วยการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ให้สำเร็จภายในรัฐบาลนี้ เพื่อปรับโครงสร้างการศึกษาให้ทันสมัยและยืดหยุ่น
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การจัดตั้ง "ซูเปอร์บอร์ด" (Human Capital Super Board) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งจะเป็นเวทีระดมสมองระหว่าง ศธ., กระทรวงแรงงาน, กระทรวง อว., และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันออกแบบหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานอย่างแท้จริง
เป้าหมายคือการผลิตบุคลากรทักษะสูงกว่า 1 ล้านคนภายใน 5 ปี พร้อมระบบ ธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ที่รับรองประสบการณ์จริงเป็นวุฒิการศึกษา เปิดทางให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต
คืนครูสู่ห้องเรียน และความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรม
เพื่อเพิ่มคุณภาพการเรียนรู้ นายประเสริฐเตรียมนำ เทคโนโลยี AI มาใช้ลดภาระงานเอกสารและงานพัสดุของครู พร้อมนำร่องโมเดล "ครัวกลาง" ร่วมกับท้องถิ่นเพื่อจัดการอาหารกลางวันแทนการให้ครูต้องไปจ่ายตลาดเอง
ขณะเดียวกันก็ได้รื้อสูตรจัดสรรงบประมาณใหม่ เพื่อช่วยโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล โดยการกำหนดเพดานงบขั้นต่ำเพื่อให้เกิดนโยบาย "เรียนฟรี มีจริง" โดยไม่ต้องบังคับควบรวมโรงเรียนแบบเหมารวม
ในด้านความปลอดภัย ยังมีการตั้ง "ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพนักเรียน" และดึงนักศึกษาอาชีวะเข้าตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงเรียนเชิงรุก เพื่อสร้างโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งกายและใจอย่างแท้จริง
"มาตรการทั้งหมดนี้เป็นเพียงก้าวแรก" นายประเสริฐกล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็น "ลมใต้ปีก" พยุงทุกครอบครัวไทย, โดยเจ้ากระทรวงศึกษาธิการมีกำหนดการแถลงนโยบายฉบับเต็มอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 20 เมษายนนี้ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตเด็กไทยท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจ







