thansettakij
thansettakij
ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องสมดุล-เป็นธรรม ผู้ปลูกได้กำไร ผู้เลี้ยงคุมต้นทุน

ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องสมดุล-เป็นธรรม ผู้ปลูกได้กำไร ผู้เลี้ยงคุมต้นทุน

13 ส.ค. 69 | 12:15 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ส.ค. 69 | 12:15 น.

ชะลอเคาะราคาข้าวโพดฤดูใหม่ 9.97 บาท เปิดโจทย์ใหญ่ “ราคาเดียวทั้งปี” จะออกแบบอย่างไรให้ผู้ปลูกได้กำไร ผู้เลี้ยงสัตว์คุมต้นทุน และไม่ผลักภาระถึงผู้บริโภค

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการนโยบายฯ (นบขพ.) มีมติชะลอการกำหนดราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลใหม่ เพื่อทบทวนข้อมูลต้นทุนและรายได้ของเกษตรกรให้ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน
  • การกำหนดราคาต้องสร้างความสมดุล โดยคำนึงถึงผลกระทบตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกมีกำไร และผู้ประกอบการอาหารสัตว์และผู้เลี้ยงสัตว์สามารถควบคุมต้นทุนได้
  • นโยบาย "ราคาเดียวทั้งปี" ที่ผ่านมาไม่สามารถรักษาเสถียรภาพของราคาได้จริง ทำให้ราคาตลาดช่วงปลายฤดูสูงขึ้นมาก ส่งผลกระทบต่อต้นทุนของผู้เลี้ยงสัตว์

กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569  ที่มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน  มีมติชะลอการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฤดูกาลใหม่ที่ 9.97 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิม 9.80 บาทต่อกิโลกรัม โดยให้คงราคารับซื้อเดิม คือ 9.80 บาท ไว้จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปทบทวนข้อมูลและข้อเสนออีกครั้ง

เหตุผลที่ที่ประชุมยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้นั้นเป็นผลจากข้อมูลพื้นฐานที่นำมาใช้ประกอบการกำหนดราคา โดยเฉพาะตัวเลขต้นทุนและรายได้ของเกษตรกร ซึ่งยังมีความแตกต่างกันระหว่างข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กับข้อมูลจากภาคเกษตรกร

ดังนั้น การให้ สศก. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนจากภาคเอกชนที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิต เข้ามาร่วมทบทวนข้อมูลอีกครั้ง จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ทุกฝ่ายสามารถยอมรับร่วมกันได้ และเป็นฐานในการกำหนดราคาที่มีความเป็นธรรมและตรวจสอบได้

ผู้ปลูกต้องได้กำไร ผู้เลี้ยงต้องคุมต้นทุน

 อย่างไรก็ตาม ตัวแทนทางผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ยังมีจุดยืนที่ชัดเจนว่า เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดต้องได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมและมีกำไรจากการประกอบอาชีพ เพราะความเข้มแข็งของเกษตรกรคือพื้นฐานสำคัญของความมั่นคงด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์และระบบอาหารของประเทศ

“การกำหนดราคารับซื้อจึงควรพิจารณาบนพื้นฐานของข้อมูลที่รอบด้าน และต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะต้นทุนหรือรายได้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเกษตรต้นทาง แต่เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ซึ่งเชื่อมโยงต่อเนื่องไปยังภาคปศุสัตว์ ทั้งสุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสัตว์น้ำ ก่อนจะส่งต่อไปถึงผู้บริโภคและตลาดส่งออก ดังนั้นการตัดสินใจของภาครัฐ ต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย”

ราคาเดียวทั้งปี แต่ตลาดต้องมีเสถียรภาพ

ที่สำคัญเสถียรภาพของราคารับซื้อนับว่าเป็นประเด็นที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หากภาครัฐมีนโยบายกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในลักษณะ “ราคาเดียวตลอดทั้งปี” ตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ หลักการสำคัญต้องสามารถดูแลให้ราคาดังกล่าวมีเสถียรภาพตลอดทั้งปีด้วย เพราะที่ผ่านมา แม้จะมีการกำหนดราคารับซื้อไว้ที่ 9.80 บาทต่อกิโลกรัม แต่ในช่วงปลายฤดูผลผลิต ตั้งแต่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน ราคาตลาดกลับปรับตัวสูงขึ้นไปถึงประมาณ 13 บาทต่อกิโลกรัม เกิดส่วนต่างระหว่างราคาที่รัฐบาลตั้งกิโลกรัมละหลายบาท ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนของผู้ใช้ข้าวโพด โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ซื้อวัตถุดิบไปผสมอาหารสัตว์เอง

เมื่อราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่โรงงานอาหารสัตว์ แต่ส่งต่อไปยังต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ทั้งระบบ และท้ายที่สุดย่อมกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและราคาสินค้าที่ผู้บริโภคต้องจ่าย

ดังนั้น หากกระทรวงพาณิชย์ยังคงเลือกใช้แนวทาง “ราคาเดียวทั้งปี” สิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่กันจึงมีอย่างน้อย 2 เรื่อง คือ ราคาที่ประกาศต้องอยู่บนฐานข้อมูลที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน  และต้องมีกลไกที่สามารถดูแลให้ราคามีเสถียรภาพตลอดทั้งปี ไม่ใช่กำหนดราคาไว้หนึ่งตัวเลข แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฤดูผลผลิต ราคาตลาดกลับปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนสร้างภาระให้กับผู้ใช้วัตถุดิบ 

ออกแบบราคาใหม่ ให้ทั้งห่วงโซ่อยู่รอด

หัวใจสำคัญ ของการกำหนดราคา หมายถึงการดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด  แต่ขณะเดียวกันเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ก็เป็นอีกกลุ่มที่รัฐบาลต้องดูแลเช่นกัน  คำถามสำคัญเรื่องนี้คือจะออกแบบระบบราคาอย่างไรให้เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ใช้วัตถุดิบสามารถบริหารต้นทุนได้ และราคามีเสถียรภาพตลอดทั้งปี  ซึ่งเป็นสิ่งที่เกษตรฝากความหวังไว้ที่กระทรวงพาณิชย์ ให้ประกาศราคา สร้างความเป็นธรรมของระบบ ไม่ใช่ดูแลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้ เกษตรกร  ผู้เลี้ยงสัตว์ และผู้บริโภค สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่