thansettakij
thansettakij
สำนักงบฯ ชง ครม. ปรับปฏิทินงบ 70 เร่งประกาศใช้ทันกำหนด

สำนักงบฯ ชง ครม. ปรับปฏิทินงบ 70 เร่งประกาศใช้ทันกำหนด

10 เม.ย. 69 | 23:30 น.

สำนักงบประมาณเตรียมชง ครม.นัดพิเศษ วันนี้(11 เม.ย.) ปรับปฏิทินงบ 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เร่งประกาศใช้ทันต้นปีงบประมาณ พร้อมทบทวนกรอบวงเงินใหม่รับมือวิกฤติพลังงานแพง สั่งตัดรายจ่ายหน่วยงานรัฐที่ไม่จำเป็น

สำนักงบประมาณเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษวันที่ 11 เมษายน 2569 พิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ปรับปรุงปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กระบวนการจัดทำงบประมาณเดินหน้าได้โดยเร็ว และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีผลบังคับใช้ทันปฏิทินงบประมาณปกติ คือวันที่ 1 ตุลาคม 2569

เร่งเครื่องหลังได้รัฐบาลใหม่

ภายหลังการรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 กระบวนการจัดทำงบประมาณจะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทันที โดยขั้นตอนแรกคือการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สศช. ก.พ.ร. สมช. และสำนักงบประมาณ ร่วมกันทบทวนเป้าหมายและยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ควบคู่ไปกับการทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและนำเสนอ ครม. ได้ในช่วงเดือนเมษายน 2569

ทบทวนกรอบวงเงินใหม่ หลังพลังงานพุ่ง

อย่างไรก็ดี กรอบวงเงินงบประมาณที่เคยอนุมัติไว้เดิมอาจต้องปรับเปลี่ยน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้น กระทบต่อสมมติฐานเศรษฐกิจและประมาณการรายได้ที่วางไว้เดิม

โดยกรอบวงเงินงบประมาณเดิมกำหนดไว้ที่ 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 ที่กำหนดไว้ 3,780,600 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% พร้อมตั้งกรอบงบประมาณขาดดุล 788,000 ล้านบาท ลดลง 8.4% จากปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 3.9% ของ GDP ขณะที่ประมาณการรายได้สุทธิกำหนดไว้ที่ 3,000,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลง เนื่องจากกระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงบประมาณ กำลังร่วมกันทบทวนประมาณการรายได้ กำหนดนโยบาย กรอบวงเงิน และโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ใหม่ทั้งหมด โดยคาดว่าจะนำเสนอ ครม. ได้ในสัปดาห์หน้า

สำหรับสมมติฐานเศรษฐกิจปี 2570 ที่ใช้ประกอบการจัดทำงบประมาณเดิม คาดการณ์ว่า GDP จะขยายตัวในช่วง 2.1-3.1% ฟื้นตัวจากปีก่อนที่โตเพียง 1.7% โดยมีแรงหนุนจากการส่งออก การท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชน ส่วนอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วง 0.4-1.4% อย่างไรก็ดี ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจดันเงินเฟ้อให้พุ่งเกินกรอบที่ประเมินไว้ ซึ่งจะส่งผลต่อทั้งประมาณการรายได้และโครงสร้างรายจ่ายในที่สุด

ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย-ไม่ตอบโจทย์ประเทศ

ควบคู่กับการทบทวนกรอบวงเงิน รัฐบาลยังมีนโยบายชัดเจนในการปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานรัฐที่ไม่มีความจำเป็นและไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของประเทศ เพื่อนำทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดไปจัดสรรให้กับภารกิจสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง

ทั้งนี้ โครงการขนาดใหญ่ที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปและมีลักษณะผูกพันข้ามปีงบประมาณ ยังคงต้องนำเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณี ขณะที่รายการที่มีวงเงินตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไปต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงการทุจริตก่อนยื่นคำของบประมาณ

กรอบเวลารัฐสภายังเดิม

แม้ปฏิทินช่วงต้นจะถูกปรับเลื่อน แต่กรอบเวลาในชั้นรัฐสภายังคงเดิม โดยเมื่อ ครม. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฯ แล้ว สภาผู้แทนราษฎรจะมีเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 105 วัน ก่อนส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาอีก 20 วัน จากนั้นจึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ทันต้นปีงบประมาณ 2570