
ปลัด มท. สั่งผู้ว่าฯ กำชับข้าราชการ WFH งดไปตปท. ดูงาน-ประชุมผ่านออนไลน์
ปลัดมหาดไทย ส่งหนังสือถึงผู้ว่าฯ 76 จังหวัดทั่วประเทศ พิจารณาข้าราชการ Work from Home โดยไม่กระทบงานบริการประชาชน รับมือผลกระทบตะวันออกกลาง งดไปต่างประเทศ ศึกษาดูงาน หรือประชุมผ่านออนไลน์แทน
KEY
POINTS
- ปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศให้พิจารณาข้าราชการทำงานที่บ้าน (WFH) เพื่อรับมือผลกระทบด้านพลังงาน โดยต้องไม่กระทบการบริการประชาชน
- ให้งดการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ และปรับเปลี่ยนมาใช้การประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์แทน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและงบประมาณ
- ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปรับใช้มาตรการให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ และส่งเสริมค่านิยมการประหยัดพลังงานทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน
12 มีนาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ทั่วประเทศ เกี่ยวกับมาตรการด้านพลังงานเพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดยพิจารณาข้าราชการ Work from Home โดยไม่กระทบงานบริการประชาชน ควบคู่การขับเคลื่อนมาตรการประหยัดพลังงานภาครัฐ เพื่อรับมือผลกระทบด้านพลังงานจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางตามมติคณะรัฐมนตรี
นายอรรษิษฐ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก กระทรวงมหาดไทยจึงได้เร่งขับเคลื่อนมาตรการประหยัดพลังงานในส่วนราชการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 เรื่องมาตรการด้านพลังงานเพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายภาครัฐและสร้างต้นแบบการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในภาวะวิกฤต กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้แต่ละส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/จังหวัด ได้มีการพิจารณาการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work From Home) ตามความเหมาะสม ตามมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 "โดยต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน"
ส่วนกรณีการเดินทางไปต่างประเทศของข้าราชการ ให้งดการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ยกเว้นมีภารกิจการประชุมที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการศึกษาดูงานหรือใช้ระบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Video Conference) แทน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและงบประมาณแผ่นดินในภาวะวิกฤต
นอกจากนี้ ให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตามแนวทางประหยัดพลังงานในที่ทำงาน โดยตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส ไม่เปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อป้องกันความชื้นและความร้อนจากภายนอก ตรวจสอบการปิดเครื่องปรับอากาศหลังเลิกงาน ปิดไฟส่องสว่างช่วงพักเที่ยง หรือที่ไม่ได้มีการใช้งานตลอดเวลา และช่วงหลังเลิกงาน
อีกทั้งยังควรตั้งเวลาคอมพิวเตอร์ให้เข้าโหมดสแตนด์บาย (Stand-by Mode) เมื่อไม่มีการใช้งาน ลดการใช้เอกสารในสำนักงาน โดยให้ใช้เอกสาร อิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก เพื่อลดกระดาษ และรณรงค์ให้มีการเดินขึ้น - ลง บันได แทนการใช้ลิฟต์
"ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจหน้าที่กำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานราชการทุกระดับในจังหวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างการรับรู้ ปรับใช้มาตรการให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ และส่งเสริมค่านิยมการประหยัดพลังงานแก่เจ้าหน้าที่และประชาชน เพื่อให้มาตรการดังกล่าวเกิดประสิทธิผลสูงสุด สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน" นายอรรษิษฐ์ กล่าว











