
ขนส่งจ่อคลอดสูตร 'ขึ้นค่าโดยสาร' รถสาธารณะ รับมือน้ำมันแพง
กรมขนส่งทางบก งัดมาตรการสู้ศึกพลังงาน ดึงสูตรค่าเค คำนวณราคามาตรฐานค่าขนส่ง ปิดช่องกลุ่มรถบรรทุกฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินจริง สั่งปรับค่าโดยสารแบบขั้นบันได กม.ละ 5 สตางค์ พยุงผู้ประกอบการให้อยู่รอด จ่อควักเงินกองทุน กปถ. ชดเชยส่วนต่าง
KEY
POINTS
- กรมการขนส่งทางบกเตรียมเสนอปรับขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะแบบขั้นบันไดในอัตรา 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร เพื่อรับมือปัญหาราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
- จะมีการนำสูตรค่า K มาใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการควบคุมราคาค่าขนส่งของรถบรรทุก เพื่อป้องกันการปรับราคาที่สูงเกินจริง
- ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีการตรึงราคาค่าโดยสารไปจนถึงวันที่ 19 เม.ย. โดยจะนำเงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) มาชดเชยให้ผู้ประกอบการ
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า สำหรับแนวทางการรับมือวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนภาคการขนส่งนั้น ปัจจุบันกรมฯเตรียมข้อมูลเสนอต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขออนุญาตปรับขึ้นค่าโดยสารรถโดยสารสาธารณะ เพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่รอด
ทั้งนี้การปรับค่าโดยสารดังกล่าวเป็นการปรับอัตราในลักษณะขั้นบันได ขยับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร หรือคิดเป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร เพิ่มขึ้น 5 บาท, 200 กิโลเมตร เพิ่ม 10 บาท, และ 300 กิโลเมตร เพิ่ม 15 บาท ระยะทาง 400 กิโลเมตร ปรับขึ้น 20 บาทเป็นต้น เพื่อให้การปรับราคาเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่กระทบต่อประชาชนมากเกินไป
ส่วนมาตรการดูแลผู้ประกอบการรถบรรทุก เบื้องต้นกรมฯ เตรียมจะออกมาตรการราคามาตรฐานควบคุม เพื่อป้องกันการปรับราคาขนส่งที่สูงเกินควรโดยอาศัยจังหวะน้ำมันแพง ซึ่งจะใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงตามค่า K (Escalation Factor) ของกรมทางหลวง เพื่อให้เป็นเกณฑ์มาตรฐาน
“กรณีที่ราคาน้ำมันขึ้น 10% ค่าขนส่งควรปรับขึ้นได้ในสัดส่วนเท่าไหร่ ไม่ใช่พอน้ำมันขึ้นนิดหน่อย แต่มีการปรับราคาถึง 30% ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หากในอนาคตราคาน้ำมันปรับตัวลง ราคาขนส่งก็ต้องลงตามเกณฑ์มาตรฐานนี้เช่นกัน” นายสรพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ในปัจจุบันรัฐบาลได้พยายามสนับสนุนค่าพลังงานผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมาได้ตรึงราคาน้ำมันลิตรละ 20 บาท จนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 16-17 บาท เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนและผู้ประกอบการ
ขณะเดียวกันจากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังมีความผันผวนสูงและไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ชัดเจน ทำให้เกิดการตัดสินใจระหว่างการลอยตัวตามกลไกตลาดหรือพยุงราคา ซึ่งกรมฯได้วางมาตรการรองรับเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนแล้ว
นายสรพงศ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กรมฯ ร่วมกับ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้ตรึงอัตราค่าโดยสารรถสาธารณะไว้ในระดับเดิมจนถึงวันที่ 19 เมษายนนี้ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569
สำหรับแนวทางการดำเนินการนั้น กรมฯ จะนำเงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เข้ามาชดเชยส่วนต่างราคาที่ควรจะขยับขึ้นให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำเงินกองทุนมาใช้ในลักษณะนี้ โดยมีวัตถุประสงค์แฝงเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนลดการใช้รถส่วนบุคคลและหันมาใช้บริการรถโดยสารสาธารณะแทน ซึ่งจะช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนได้โดยตรง
นอกจากนี้กรมฯได้ประเมินเบื้องต้นว่าส่วนต่างที่ต้องชดเชยจะอยู่ที่ประมาณ 20 บาทต่อที่นั่ง หากประเมินจากจำนวนผู้โดยสารในช่วงหนาแน่นที่สุด (Peak) ประมาณ 150,000 - 180,000 คนต่อวัน จะใช้เงินชดเชยสูงสุดประมาณ 3 ล้านบาทต่อวัน ส่วนวันปกติที่คนเดินทางน้อยลง จะใช้งบประมาณลดลงตามลำดับ





