
SCB EIC หั่น ‘GDP’ เหลือ 1.4% ชี้นโยบายตรึงน้ำมันเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจระยะยาว
SCB EIC หั่น ‘GDP’ เหลือ 1.4% ชี้นโยบายตรึงน้ำมันเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจระยะยาว สับอุดหนุนน้ำมันดีเซลตลอด 20 ปีผู้รับประโยชน์คือผู้มีรายได้สูง
KEY
POINTS
- SCB EIC ปรับลดประมาณการ GDP ของไทยลงเหลือ 1.4% โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญจากราคาน้ำมันโลกและนโยบายพลังงานในประเทศ
- ชี้ว่านโยบายตรึงราคาน้ำมันเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อาจสร้างผลกระทบรุนแรงหากต้องปล่อยลอยตัวราคากะทันหันในอนาคต
- เสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนวิธีอุดหนุนจากการตรึงราคาขายปลีก เป็นการกำหนดวงเงินชดเชยต่อลิตร เพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันและให้สามารถทยอยปรับราคาได้
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า รัฐบาลควรเลิกใช้วิธีกำหนดเพดานแบบเดิมๆ โดยควรเปลี่ยนวิธีอุดหนุนเป็นการกำหนดวงเงินชดเชยต่อลิตรแทน
โดยแทนที่รัฐบาลจะตรึงราคาขายหน้าปั๊มให้อยู่ที่ตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งตลอดเวลา ควรเปลี่ยนมากำหนดว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะชดเชยให้ลิตรละเท่าไรในจำนวนที่กองทุนฯ ยังสามารถบริหารจัดการและรับภาระไหว
ซึ่งฐานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันที่ติดลบอย่างหนักอาจเป็นตัวบีบบังคับให้รัฐบาลต้องตัดสินใจปรับขึ้นราคาอีกในอนาคต อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาควรปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อป้องกันการเกิดภาวะช็อกและผลกระทบทางจิตวิทยาต่อการบริโภคอย่างรุนแรง
สำหรับประมาณการการเติบโตของ GDP ที่ระดับ 1.4% ถือว่าค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสำนักอื่น โดยตัวเลขดังกล่าวก็ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำ (downside risk) ไม่ว่าจะเป็น ราคาน้ำมันโลกที่อาจสูงมากกว่าหรือนานกว่าประมาณการฐาน รวมไปถึงปัญหาการจัดการราคาน้ำมันในประเทศ หรือจะกล่าวก็คือ การลอยตัวแบบกระชากที่เร็ว แรง และบ่อยๆ จะกระทบเศรษฐกิจมากกว่าการค่อยๆ ปรับขึ้น
“ล่าสุด SCB EIC ‘ปรับลด’ ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.4% ในกรณีฐาน (Base case) ซึ่งลดลงจากเดิมประมาณการเดิมที่ 1.8% ที่เคยประเมินไว้ในช่วงก่อนสงคราม”
ดร.ยรรยงยังเปรียบเทียบการตรึงราคาน้ำมันกับ ‘วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540’ ที่ไทยพยายามตรึงค่าเงินบาทอย่างหนัก ก่อนจะต้องประกาศลอยตัวในที่สุด
หากรัฐยังอุดหนุนไปเรื่อยๆ โดยไม่ยอมถอย เมื่อถึงจุดที่รับภาระไม่ไหวและถูกบังคับให้ปล่อยลอยตัว จะส่งผลให้ต้องปรับราคาขึ้นทีละมากๆ เช่น กระโดดขึ้นทีละ 6 บาท ซึ่งจะสร้างผลกระทบหนักกว่าการค่อยๆ ทยอยปล่อยขึ้นทีละ 1-2 บาท
“การอุดหนุนราคาน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซล ตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ไทยมีการใช้น้ำมันดีเซลสูงมาก เนื่องจากการกดราคาให้ต่ำทำให้คนไม่เกิดแรงจูงใจในการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ คนที่ได้รับประโยชน์จากการอุดหนุนราคาแบบหน้ากระดานมากที่สุด กลับกลายเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้สูง”






