
กองทุนน้ำมัน แจงยิบเหตุประกาศ 'ขึ้นราคาน้ำมัน' กลางดึกพรวด 6 บาท/ลิตร
กองทุนน้ำมัน แจงเหตุผล ขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก 6 บาท/ลิตร ชี้ราคาตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นถึง 242 เหรียญต่อบาร์เรล รับประกัน ไม่มีใครรู้มาก่อน เชื่อ สถานภาพกองทุนจะดีขึ้น และสามารถดูแลประชาชนต่อได้
KEY
POINTS
- สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
- ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดสภาพคล่องอย่างหนักจนติดลบกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท
- คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันฯ (กบน.) มีมติลดการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกทุกชนิดปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตรเพื่อรักษาสภาพคล่องของกองทุน
- การประกาศขึ้นราคาในช่วงกลางดึกเป็นไปตามกระบวนการที่ต้องรอข้อมูลราคาตลาดโลกปิดทำการเพื่อคำนวณโครงสร้างราคาใหม่ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ผู้ค้ารายใด
26 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางซึ่งยังไม่มีท่าทีจะยุติลง แม้จะมีการเสนอข้อตกลงต่างๆ แล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีการปรับตัวสูงมากขึ้น
จากเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ยังอยู่เพียงแค่ 198 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ปัจจุบัน เมื่อวันที่ 23 มี.ค. สูงขึ้นถึง 242 เหรียญต่อบาร์เรล สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลถึงราคาขายปลีกในประเทศไทย ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดสภาพคล่องทำให้ติดลบมากขึ้น จนถึงปัจจุบันที่คำนวณเอาไว้กว่า 3.5 หมื่นล้านบาทแล้ว และมีเงินไหลออกประมาณวันละ 2 พันล้านบาท
“ส่วนราคาน้ำมัน โดยเมื่อคืนวันที่ 25 มี.ค. ทางมาเลเซียมีการปรับขึ้นเช่นเดียวกัน โดยปรับดีเซล 1-7 บาท จะเห็นได้ว่าราคาของเราไม่ได้สูงกว่าเพื่อนบ้าน ยังอยู่ระดับค่อนข้างต่ำด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทำให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. พิจารณาหลายๆมิติ จนได้ข้อสรุปว่าต้องมีการปรับลดการชดเชยในกลุ่มน้ำมันดีเซลและเบนซิน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร”
นายพรชัย กล่าวว่า การปรับลดการชดเชย จะทำให้กองทุนน้ำมันยังมีการช่วยเหลือน้ำมันเฉพาะกลุ่มอยู่ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ส่วนกลุ่มของแก๊สโซฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น E10 และ E20 ก็ยังใช้กองทุนน้ำมันสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ในราคาที่ถูก จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า กองทุนยังคงรักษาเสถียรภาพระดับราคาขายปลีกในประเทศให้เหมาะสม และขอให้ประชาชนช่วยกันประหยัด
“เราจะดำเนินการไปด้วยกัน คาดว่าการจัดเก็บครั้งนี้จะสามารถทำให้เรายืนสู้กับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อาจสูงขึ้นในอนาคตได้อีกต่อไป เพราะว่าตอนนี้สภาพคล่องเราจ่ายน้อยลง ก็ยังช่วยเหลือกันได้ต่อไป”
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้วันที่ 17 มี.ค. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยืนยันจะปรับขึ้นเป็นขั้นบันได แต่เมื่อคืนกลับขึ้นทีเดียว 6 บาทโดยไม่มีการแจ้งประชาชนก่อน ทำให้เกิดการตกใจ นายพรชัย ยอมรับว่า สถานการณ์โลกที่เราคุยกัน ณ วันนั้น ยังอยู่แค่ 198 เหรียญต่อบาร์เรล จากนั้นประมาณ 2-3 วัน ก็กระโดดขึ้นมาถึง 242 เหรียญต่อบาร์เรล
ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกทุกประเทศสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทยที่มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่บอกว่าจะช่วยสนับสนุน แต่เมื่อราคาสูงขนาดนั้นก็ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีรายจ่ายมากขึ้น สภาพคล่องก็ขาด ทำให้ต้องมีการปรับขึ้นถึง 6 บาท เพื่อรักษาเสถียรภาพกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไป ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ในภูมิภาคอาเซียนราคาก็กระโดดขึ้นไปในลักษณะนี้ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. มาเลเซียก็ขึ้นทีเดียว 7 บาทเหมือนกัน
เมื่อถามว่า หมายความว่า ในอนาคตไม่มีหลักประกันใช่หรือไม่ว่า จะมีการปรับขึ้นเป็นขั้นบันได แต่จะสามารถขึ้นเท่าไหร่ก็ได้ ประชาชนต้องลุ้นรายวันใช่หรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า การขึ้นแต่ละครั้ง กบน. ได้พิจารณาหลาย ๆ มิติ ที่ผ่านมาเราก็ขึ้นแค่ 50 สตางค์ บางครั้งก็ขึ้นบาทกว่าๆ ซึ่งคณะกรรมการจะพิจารณาหลายๆด้าน ไม่ใช่เฉพาะด้านน้ำมันอย่างเดียว ต้องดูมิติเพื่อนบ้านและมิติประชาชน คงไม่ได้การันตีว่าเราจะขึ้นพรวดเดียว ต้องดูเป็นรายวันไป
เมื่อถามว่า เหตุใดไม่ใช้วิธีสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง นายพรชัย กล่าวว่า ไม่ว่าวิธีไหนเราก็มีหลักการพิจารณาเหมือนกัน เพียงแต่ขณะนั้น สถานการณ์สู้รบรัสเซียกับยูเครน ไม่ได้รุนแรงขนาดนี้ จึงไม่ได้ทำให้ราคาสูงขนาดนี้
แต่ในทางกลับกัน กรณีสหรัฐอเมริกากับอิหร่านส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นวันหนึ่งถึง 20-30 เหรียญต่อบาร์เรล
ดังนั้น การตัดสินใจบางอย่างเราต้องรีบดำเนินการ ไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ ต้องมีการสกัดไว้บ้าง อย่างไรก็ตาม เรายังรักษาเสถียรภาพให้ประชาชนมั่นใจ
“สาเหตุที่ต้องประกาศกลางดึก เพราะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่สิงคโปร์จะปิดราคาช่วงประมาณ 19.00 น. ซึ่งเขาจะค่อยๆ ปล่อยราคาน้ำมันแต่ละชนิด เช่น น้ำมันดีเซล น้ำมันดูไบ น้ำมันเบนซิน ซึ่งตนต้องมานั่งทำโครงสร้างราคาที่ตีออกมาเป็นค่าเงินบาท กว่าจะเสร็จก็ 21.00 น. และ กบน.ก็มีการประชุมกันในช่วง 21.00 น. เพื่อให้ได้ข้อมูลหลายๆมิติ
เราก็เพิ่งทราบว่า เพื่อนบ้านก็ขึ้นราคา ดังนั้น การประกาศช่วงดึกไม่ได้ทำเพื่อช่วยเหลือใครทั้งนั้น แค่รอข้อมูลให้รอบด้าน เพื่อให้ราคาที่ชัดเจน ส่วนที่คนสงสัยว่า ผู้ค้ามีการกักตุนรอให้ราคาขึ้นนั้น ยืนยันว่า ไม่มี และทางผู้ค้าก็ไม่ทราบว่าเราจะทำ แม้กระทั่งตนและคนที่ทำงานก็ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนแน่นอน คีย์ข้อมูล ณ ตอนนั้นเลย รับประกันได้”
เมื่อถามถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะผอ.ศบก. ระบุ จะนำเรื่องภาษีสรรพสามิตมาใช้ แต่ขณะนี้นายกฯยังไม่มีอำนาจเต็ม ตรงนี้จะมีอำนาจในการออกกฎหมายมาเพื่อบรรเทาเรื่องน้ำมันหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า เรื่องกฎหมายไม่ขอก้าวล่วง
แต่เรากับกระทรวงการคลังเคยดำเนินการเรื่องการขอลดภาษีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน หรือสมัยก่อนช่วงที่กรมสรรพสามิตเคยมาขอเงินจากกองทุนน้ำมัน ได้ประสานกันไว้เรียบร้อย แต่ในเรื่องกฎหมาย ถ้ารัฐบาลใหม่มีความพร้อมเราค่อยมาเจรจากันได้
ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ราคาน้ำมันในประเทศจะทะลุไปถึง 70 บาทต่อลิตรหรือไม่ นายพรชัย กล่าวว่า ราคาน้ำมันในประเทศขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตลาดโลก แต่จะขึ้นถึง 70 บาทหรือไม่ ต้องดูว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีกำลังพอที่จะรักษาสภาพคล่องได้หรือไม่ หากทำได้เราก็จะทำ ทั้งนี้ การลดการจัดเก็บในครั้งนี้จะทำให้ดีขึ้น แต่เราไม่สามารถยืนยันได้ว่า ราคาในตลาดโลกจะสูงขึ้นเท่าไหร่มากขนาดไหน






