
พาณิชย์ ถก RCEP เล็งรับสมาชิกใหม่ รับมือความผันผวนของการค้าโลก
พาณิชย์ ร่วมวง RCEP เล็งรับสมาชิกใหม่ปี 69 เปิดตลาด-เชื่อมซัพพลายเชน เพิ่มโอกาสส่งออก ดันอำนาจต่อรองเวทีโลก รับมือกับความผันผวนของการค้าโลก เตรียมคัดเลือกเข้ม พ.ค.นี้
KEY
POINTS
- กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเข้าร่วมประชุม RCEP ที่นิวซีแลนด์ เพื่อเร่งรัดแผนการรับสมาชิกใหม่ในปี 2569
- การขยายสมาชิกภาพ RCEP จะช่วยเพิ่มโอกาสการส่งออกของไทย ผ่านการเปิดตลาดใหม่ให้สินค้าและบริการได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี
- ที่ประชุมได้กำหนดกรอบเวลาในเดือนพฤษภาคม 2569 สำหรับการสัมภาษณ์และคัดกรองประเทศผู้สมัครที่สนใจเข้าร่วมความตกลง
นายธัชชญาน์พล อภิมนต์เตชบุตร รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วม RCEP (RJC) ครั้งแรกของปี 2026 และการประชุมโต๊ะกลมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์
ทั้งนี้ที่ประชุมได้เร่งขับเคลื่อนแผนรับสมาชิกใหม่ในปี 2026 ตามมติของผู้นำ RCEP เมื่อปลายปีที่ผ่านมา มีเป้าหมายในการขยายตลาดและเชื่อมโยงห่วงโซ่มูลค่าการค้าในภูมิภาคให้ครอบคลุมและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันสำคัญสำหรับรับมือกับความผันผวนของการค้าโลก และสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขยายฐานลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจได้กว้างขึ้น ยกระดับอำนาจต่อรองของ RCEP ในเวทีการค้าโลก
นายธัชชญาน์พล กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย การขยายสมาชิกในครั้งนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทุกตลาดใหม่ที่เข้ามาร่วมหมายถึงคู่ค้าและนักลงทุนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น สินค้าและบริการของไทยจะมีเส้นทางเดินทางใหม่ที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี และห่วงโซ่อุปทานของสินค้าไทยจะยิ่งแข็งแกร่งและหลากหลายมากขึ้น
ทั้งนี้ จากการประชุมครั้งนี้ ได้มีการกำหนดให้เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นห้วงเวลาสัมภาษณ์ประเทศผู้สมัครที่ขอเข้าร่วม RCEP โดยกระบวนการนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการคัดกรองและประเมินความพร้อมของผู้สมัคร ก่อนที่สมาชิกปัจจุบันทั้ง 15 ประเทศจะพิจารณาตัดสินใจขั้นสุดท้าย จึงถือเป็นด่านคัดกรองสำคัญที่ผู้สมัครแต่ละรายจะต้องพิสูจน์ตนเองต่อสมาชิกปัจจุบันทั้ง 15 ประเทศ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้วางรากฐานสำหรับการทบทวนและปรับปรุงความตกลง RCEP ให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อผลักดันการใช้สิทธิพิเศษจาก RCEP ให้มากขึ้น
โดยได้เปิดพื้นที่รับฟังความเห็นอย่างจริงจังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วนผ่านการประชุมโต๊ะกลม และการรับฟังข้อเสนอแนะจากผลการประชุมวิชาการเรื่องทิศทางในการทบทวนความตกลงฯ กระบวนการนี้สะท้อนเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ RCEP ยังคงเป็นความตกลงที่ไม่หยุดนิ่ง และสามารถส่งเสริมผลประโยชน์ทางการค้าของภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว






